แคลเซี่ยมกับร่างกายของเรา

แคลเซียมเป็นเกลือแร่ที่พบมากที่สุดในร่างกายมนุษย์ เกือบทั้งหมดจะอยู่ในกระดูกและฟัน คิดเป็นประมาณ 99% ดังนั้นเมื่อกล่าวถึงแคลเซียม เรามักจะนึกถึงกระดูกและฟัน แต่ที่จริงแล้วแคลเซียมยังมีอยู่ในเซลล์ประสาท เนื้อเยื่อ เลือด และของเหลวอื่นๆ ในร่างกายที่ไม่ใช่กระดูกอีกประมาณร้อยละ 1

แคลเซียมกับสุขภาพ

แคลเซียมเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญของโครงสร้างกระดูก และกระดูกยังทำหน้าที่เป็นแหล่งเก็บสะสมแคลเซียม เพื่อรักษาไว้ซึ่งระดับแคลเซียมในกระแสเลือด ซึ่งกระดูกทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของร่างกาย รักษารูปร่างและลักษณะของร่างกายให้สวยงาม และยังเป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อ เป็นเกราะป้องกันอวัยวะภายในต่างๆ ของร่างกายไม่ให้ได้รับความเสียหายเมื่อถูกกระทบกระเทือน อย่างไรก็ตาม แคลเซียม มิใช่เป็นเพียงตัวเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่ในการทำงานของระบบอื่นๆในร่างกายอีกด้วย ได้แก่ การช่วยการแข็งตัวของเลือด ทำให้เลือดที่ไหลออกจากบาดแผลเกิดแข็งตัวเป็นลิ่มเลือด นอกจากนี้ แคลเซียม ยังเกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อ ช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจปกติและการส่งสัญญานประสาทที่ถูกต้อง รักษาความสมดุลของกรดด่างในเลือดและความดันโลหิตให้ปกติ การกระตุ้นให้เกิดการหลั่งของฮอร์โมน และการกระตุ้นปฏิกิริยาของเอ็นไซม์ต่างๆ


แคลเซี่ยมกิฟฟารีน,อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน
www.healthy-options.com


ร่างกายมีการดูดแคลเซียมและนำแคลเซียมมาใช้ในการสร้างกระดูกอย่างต่อเนื่อง การมีปริมาณแคลเซียมที่พอเพียงอยู่ตลอดเวลาเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงระยะเวลาของชีวิตที่มีการเจริญเติบโตของกระดูกและ ฟัน ระยะเวลาในการตั้งครรภ์และให้นมบุตร ช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เด็กหญิงและชายส่วนใหญ่มีส่วนสูงและขนาดกระดูกเพิ่มขึ้น ในอัตราที่รวดเร็ว จากการศึกษาพบว่า มีความเชื่อมโยงกันระหว่างแคลเซียมและสุขภาพของกระดูกในร่างกายคน การได้รับแคลเซียมในปริมาณที่พอเพียงในวัยเด็กและวัยรุ่น ช่วยให้มีความหนาแน่นของกระดูกที่ดีขึ้น การศึกษาสตรีวัยสาวสุขภาพดีเป็นเวลานาน 3 ปี แสดงให้เห็นว่าการได้รับอาหารประเภทนมที่อุดมไปด้วยแคลเซียมเพิ่มขึ้น ช่วยป้องกันการสูญเสียกระดูกในกระดูกสันหลัง เมื่อเทียบกับสตรีกลุ่มที่ไม่ได้รับแคลเซียมจากอาหารเพิ่มขึ้น การได้รับแคลเซียมและวิตามินดีจากอาหารเพิ่มมากขึ้น ทำให้อัตราการสูญเสียกระดูกและการแตกหักของกระดูกลดลงในสตรีและบุรุษสูงอายุ นอกจากนี้ยังมีข้อบ่งชี้ว่าเด็กชาวเอเชียที่มีภาวะโภชนาการที่ดี ได้รับเกลือแร่ชนิดจำเป็นครบทุกชนิด รวมทั้งแคลเซียมตั้งแต่เด็ก(ซึ่งที่ผ่านมาได้รับในปริมาณที่ไม่พอเพียง) สามารถมีร่างกายสูงใหญ่ได้ใกล้เคียงกับชาวตะวันตก

 ปริมาณความต้องการแคลเซี่ยมต่อวัน (มก.)

เด็กเล็ก 1 -6 ปี            800
เด็กวัยรุ่น                   1200
สตรีหมดประจำเดือน    1200
สตรีมีครรภ์ให้นมบุตร    1200
ผู้ใหญ่                         800

แต่คนส่วนใหญ่ได้รับ แคลเซียม น้อยกว่าครึ่งของที่ควรจะได้รับต่อวัน

แคลเซี่ยมกิฟฟารีน,อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน
www.healthnavigator.org.nz

ประโยชน์ของแคลเซียม
  • ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมกระดูก ทำให้กระดูกไม่พรุน เปราะบาง หรือหักง่าย โดยเฉพาะกับคนที่เริ่มมีอายุมากขึ้น
  • ช่วยในการเจริญเติบโต ทำให้ร่างกายสามารถเจริญเติบโตได้เต็มที่ ไม่แคระแกร็น โดยเฉพาะเด็กๆ ที่อยู่ในช่วงของการเจริญเติบโต
  • ช่วยรักษาฝันไม่ให้ผุ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า แคลเซียมเป็นส่วนที่ช่วยให้ฟันนั้นแข็งแรงและมีอายุในการใช้งานที่ยาวนาน ดังนั้นนอกจากการแปรงฟันเพื่อทำความสะอาดแล้ว ก็ควรที่จะได้รับแคลเซียมเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับฟันจากภายในด้วย
  • ช่วยให้เลือดแข็งตัวได้เร็ว โดยเฉพาะเวลาที่เกิดบาดแผล คนที่เลือดแข็งตัวเร็วก็จะทำให้เลือดรวมกันเป็นก้อนเป็นลิ่ม ช่วยปิดบาดแผล
  • ช่วยให้ไม่เป็นตะคริว บางคนอาจเป็นตะคริว โดยเฉพาะตะคริวที่น่องในเวลาที่นอนพักผ่อน ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากการขาดแคลเซียมก็เป็นได้
  • ช่วยให้ไม่ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดเข่า หรือปวดตามส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
  • ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ไม่เจ็บปวดง่าย หรือเกิดอาการกล้ามเนื้อกระตุก
  • ช่วยทำให้ภาวะทางอารมณ์เป็นปกติ ไม่หงุดหงิด ซึมเศร้า ขี้กลัว หรือนอนไม่หลับ
  • ทำหน้าที่เป็นตัวนำสัญญาณระหว่างเซลประสาทให้สื่อสารกันได้เป็นปกติ

แหล่งแคลเซียมจากอาหาร
แคลเซี่ยมกิฟฟารีน,อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน
www.hhtotalcare.com
ร่างกายคนเราจึงขาดแคลเซียมไม่ได้ เมื่อแคลเซี่ยมในร่างกายไม่พอ ระบบร่างกายก็จะไปดึงแคลเซียมมาจากกระดูกแทน ส่งผลให้กระดูกไม่แข็งแรง ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่รับประทาน แคลเซียม น้อยกว่าครึ่งของที่ควรจะได้รับต่อวันทำให้กระดูกบางลง และความแข็งแรงของกระดูกลดลงเรื่อยๆ นำไปสู่โรคกระดูกพรุน

แคลเซียม เป็นสารอาหารที่อยู่ในนม เนยแข็ง ไข่แดง ปลาต่างๆ และปลาตัวเล็ก (เล็กขนาดกินก้างได้) กุ้งแห้ง ปู หอย กะปิ งาดำ ถั่วเหลือง เต้าหู้ ลูกเดือย ผักใบเขียว เช่น คะน้า ใบกะเพรา ใบโหระพา สะเอา ใบยอ ผักกะเฉด ผักโขม ใบมะกรูด เป็นต้น

โดยส่วนใหญ่จะแนะนำให้รับประทานแคลเซียมร่วมกับ แมกนีเซียม และ วิตามินดี โดยเราจะได้รับ วิตามินดีจากแสงแดดธรรมชาติและในอาหารต่างๆ วิตามินดีและแมกนีเซียม ช่วยให้ร่างกายดูดซึม แคลเซียมได้เป็นปกติ

สำหรับคนที่ไม่สามารถรับประทานอาหารที่มี แคลเซียม ได้ ก็สามารถทดแทนได้ด้วยอาหารเสริม แคลเซียม ที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปและราคาไม่แพง โดยมักจะอยู่ในรูปของ แคลเซียมคาร์บอเนต แคลเซียมกลูโคเนต แคลเซียมซิเตรด และปริมาณที่ร่างกายจะได้รับ แคลเซียม จากอาหารเสริมเหล่านี้ก็จะขึ้นกับว่าในแต่ละแบบจะให้ แคลเซียม แก่ร่างกายเท่าไร เช่น แคลเซียมคาร์บอเนตจะให้ปริมาณแร่ธาตุ แคลเซียม ประมาณ 40% แคลเซียมกลูโคเนตจะให้ปริมาณแร่ธาตุ แคลเซียม ประมาณ 9% ทั้งนี้ยังขึ้นกับการดูดซึมแคลเซี่ยมเข้าสู่ร่างกายอีกด้วย



ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซี่ยมผสมแมกนีเซี่ยมตรากิฟฟารีน
Giffarine Cal-D-Mag : กิฟฟารีน แคลดีแมก 

กิฟฟารีนแคลดีแมก,แคลเซี่ยมกิฟฟารีน,อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน

สนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพของกิฟฟารีน !! คลิก !!


 

Sustainhealthy

คอลลาเจนกับสุขภาพร่างกาย

คอลลาเจนกับสุขภาพ
คอลลาเจน(Collagen) ตามธรรมชาติในร่างกายมีสารสำคัญ 2 ชนิด คือ proteoglycan และ glycosamionglycans จัดเป็นโปรตีนเนื้อเยื่อเส้นใยชนิดหนึ่งที่มีความยืดหยุ่น เรียกว่า elastic fiber ซึ่งประกอบไปด้วย amino acid หลายชนิด ที่สำคัญ ได้แก่ glycene, prolene และhydroxyprolene ที่มีความสำคัญยิ่งต่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกายมากมาย เช่น กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก กระดูกอ่อน ข้อ เหงือก ฟัน ตา หลอดเลือด ผิวหนัง เนื้อเยื่อที่เกี่ยวกับการยึดเหนี่ยว (ligaments) เส้นผม เล็บ ตลอดจนผนังหลอดเลือด

คอลลาเจนมีอยู่หลายชนิด แต่หลักๆได้แก่
ชนิดที่ 1 พบที่ผิวหนัง ที่เจริญเต็มที่ กระดูกและเอ็น
ชนิดที่ 2พบที่กระดูกอ่อน
ชนิดที่ 3พบที่ผิวหนังของทารก หรือผิวหนังที่เริ่มมีการสร้างใหม่ เช่น ผิวหนังที่เป็นแผลและเริ่มมีการสร้างคอลลาเจนใหม่ นอกจากนี้ยังพบที่เส้นเลือดและทางเดินอาหาร
ชนิดที่ 4พบที่เยื่อหุ้มเซลล์
ชนิดที่ 5 และ 6พบได้ทั่วๆไป

นอกจากนี้ก็ยังมีคอลลาเจนอีกหลายชนิด ที่ค้นพบ ซึ่งแต่ละชนิดจะมีมากน้อยแตกต่างกันไปตามแต่ชนิดของเนื้อเยื่อและอวัยวะ

คอลลาเจนจะช่วยให้โครงสร้างของร่างกายแข็งแรง มีหน้าที่ในการป้องกันอวัยวะต่างๆในร่างกาย และเชื่อมอวัยวะต่างๆให้อยู่ด้วยกัน ทำให้มีความยืดหยุ่นดี ช่วยให้ข้อต่อต่างๆ ขยับหรือเคลื่อนไหวไปมาได้ดี โดยเฉพาะเนื้อเยื่อของกระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อส่วนต่างๆในการรับน้ำหนักและขยับไปมาในอิริยาบถต่างๆ โดยในร่างกายของคนเราพบว่ามีโปรตีนอยู่มากมาย แต่มีประมาณ 33% ของโปรตีนทั้งหมดในร่างกายจะเป็น collagen และยังเป็นองค์ประกอบถึงร้อยละ 75 ของผิวหนัง จึงเป็นตัวที่ช่วยให้ผิวหนังหรือผิวพรรณเกิดความชุ่มชื้น นุ่มนวล ดูสดใส กระชับและเต่งตึงขึ้น ซึ่งคอลลาเจนที่พบในส่วนของผิวนี้จะพบที่ชั้นหนังแท้ (dermis) ซึ่งเป็นผิวชั้นที่ 2 ที่อยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้าและเป็น collagen ชนิดที่ 1,3 และ 4 แต่ถ้าเป็นชนิดที่พบในกระดูกอ่อนตรงข้อ จะเป็น collagen ชนิดที่ 2

ระดับของ ปริมาณ collagen ในร่างกายจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น คือ เมื่ออายุย่างเข้า 30 ปี อัตราการสร้างหรือสังเคราะห์ collagen จะเริ่มลดลงปีละ 1.5% ในทุกๆปี และจะเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเมื่อระดับของ collagen ลดลง ก็จะทำให้ความยืดหยุ่นและสภาพความแข็งแรงของโครงสร้างอวัยวะต่างๆของร่าง กายลดลงด้วย ช่วงที่ collagen ในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง ร่างกายก็จะเริ่มสูญเสียความแข็งแรงของผิวหนัง กระดูก กระดูกอ่อน ตรงข้อต่อ ที่เป็นสามเหตุของปัญหาโรคข้อเสื่อมตามมา จนเกิดปัญหาปวดข้อ ข้อฝืด ข้อแข็ง ข้อผิดรูป และข้ออักเสบ เป็นต้น ในส่วนของผิวหนังก็จะเกิดริ้วรอย รอยเหี่ยวย่น และรอยตีนกาเกิดขึ้น

อาหารเสริมคอลลาเจนกิฟฟารีน,อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน
http://nippicollagen.com
เนื่องจาก คอลลาเจน เป็นส่วนประกอบของกระดูก เอ็น และเนื้อเยื่อ ที่ทำหน้าที่ยึดเหนี่ยว ส่วนต่างๆ ในร่างกาย นักวิจัยจึงเชื่อว่าการที่ร่างกายมีคอลลาเจน อย่างเพียงพอจะช่วยลดอาการของโรคข้อต่ออักเสบ รวมถึงช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคดังกล่าวได้โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในภาวะเสี่ยง เช่น นักกีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายหนักๆ เป็นต้น ทั้งนี้การรับประทานคอลลาเจนอาจเรียกได้ว่าแทบไม่ต่างกับการรับประทานอาหาร ประเภทโปรตีน แต่เนื่องจากร่างกายคนเรามีปัจจัยแตกต่างกัน เช่น เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้น้อยลง รูปแบบชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันที่ทำให้คนเรามีความเครียดสูง ต้องเผชิญกับมลพิษรอบตัว ไม่มีเวลารับประทานอาหารหรือทานก็ไม่เป็นไปตามหลักโภชนาการอาหาร ฯลฯ ทำให้ร่างกายมีคอลลาเจนไม่เพียงพอกับความต้องการ การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนเพื่อทดแทนในส่วนที่ขาดจึงได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน

อาหารเสริมคอลลาเจนกิฟฟารีน,อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน
http://draxe.com
นอกจากนั้น การรับประทานนั้นยังเป็นการนำคอลลาเจน(collagen)เข้าไปเสริมสร้างทั้งส่วนของผิวพรรณและสุขภาพทั่วร่างกาย โดยผลการวิจัยด้านโภชนาการได้ค้นพบว่า การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบของสารที่สกัดจากโปรตีนของ ปลาทะเลน้ำลึกบางประเภทที่มีโครงสร้างทางโมเลกุลคล้ายกับโครงสร้าง คอลลาเจน (collagen) ของผิวคนเรา โดยวิธีการ Enzymatic Hydrolysis เป็นประจำอย่างต่อเนื่องนั้น สามารถช่วยเสริมสร้าง คอลลาเจน (collagen) ที่สูญเสียไปตามวัยที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งช่วยปกป้องและชะลอริ้วรอยเหี่ยวย่น รอยตีนกา ความแห้งกระด้าง ช่วยให้ผิวพรรณมีความชุ่มชื้น นุ่มนวล คงความยืดหยุ่นของผิวไว้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงร่างกายในส่วนที่มีคอลลาเจนเป็นองค์ประกอบให้มีสุขภาพดีได้อีกด้วย


ซึ่งรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อนิยมใช้คอลลาเจน ที่เรียกว่าคอลลาเจนTypeI ที่สกัดจากปลาทะเล (Bio-marine Collagen) เพราะมีโครงสร้างคล้ายคลึงกับคอลลาเจนในร่างกายมนุษย์มากที่สุด นำมาตัดแต่งพันธะเคมีด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้มีโมเลกุลเล็กลงและง่ายต่อการดูดซึม เรียกว่าไฮโดรไลซ์ คอลลาเจน (Hydrolyzed Collagen) หรือคอลลาเจน ไฮโดรไลเสท (Collagen Hydrolysate) ถือเป็นทางหนึ่งที่ช่วยเสริมคอลลาเจนให้ผิวพรรณได้ง่ายขึ้น เพราะในช่วง 2-3 ชั่วโมงแรกของการหลับ ต่อมพิทูอิตารีในสมองจะหลั่งโกรว์ธ ฮอร์โมน (Growth Hormone) สู่กระแสเลือดเพื่อฟื้นฟูส่วนต่างๆ ของร่างกาย หากมีคอลลาเจนเพียงพอก็จะช่วยในการสังเคราะห์โปรตีนเพื่อซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ สึกหรอได้ดียิ่งขึ้น และยังมีผลทางอ้อมต่อการลดน้ำหนักไปพร้อมกัน กล่าวคือเมื่อร่างกายมีการสร้างกล้ามเนื้อมากขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันมากขึ้นด้วย การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่าการรับประทาน อาหารประเภทโปรตีนในปริมาณมากก่อนเข้านอน
คอลลาเจน(collagen) จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาสุขภาพและบำรุงผิวพรรณที่เสื่อมสภาพลงเนื่องจากวัยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหญิงและชายที่มีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป และควรศึกษาคำเตือนบนฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ก่อนการรับประทาน

อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน,กิฟฟารีนคอลลาเจนแมกซ์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนตรากิฟฟารีน
กิฟฟารีน คอลลาเจนแมกซ์ : Giffarine Collagen Maxx

อาหารเสริมคอลลาเจนกิฟฟารีน,อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน,กิฟฟารีนยูซีทู
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนตรากิฟฟารีน
กิฟฟารีน คอลลาเจนยูซีทู : Giffarine Collagen UCII

สนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพของกิฟฟารีน !! คลิก !!


Sustainhealthy

คอลลาเจนกับผิวพรรณ

คอลลาเจน (Collagen) เป็นโปรตีนที่พบมากที่สุดในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมด้วยโดยคิดเป็น 25% ถึง 35% ของปริมาณโปรตีนทั้งร่างกาย เป็นโปรตีนโครงสร้างหลักที่เป็นองค์ประกอบหลักของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน มีหน้าที่สำคัญในการเชื่อมและยึดจับเซลล์เนื้อเยื่อเข้าด้วยกัน เช่น เส้นเอ็น ข้อต่อ กระดูกต่างๆ รวมถึงช่วยเสริมการสร้างเนื้อเยื่อและเส้นเลือด สามารถพบได้ทั่วไปในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยปกติทั่วไปเรามักเข้าใจว่าคอลลาเจนเป็นโครงสร้างหลักของผิวหนังอยู่มาก จึงมีแรงสปริงและยืดหยุ่นดีตามไปด้วย แต่ที่จริงแล้วคอลลาเจนนั้นไม่ได้มีอยู่ที่ผิวหนังส่วนนอกเท่านั้น อวัยวะภายในร่างกาย ก็มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ส่วนใหญ่พบคอลลาเจนในรูปเส้นใยฝอยยืดใน เช่น เอ็นกล้ามเนื้อ (tendon) เอ็น (ligament) และผิวหนัง ทั้งพบในกระจกตา กระดูกอ่อน กระดูก หลอดเลือด ทางเดินอาหารและหมอนกระดูกสันหลัง  ในเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบหลักของเยื่อหุ้มใยกล้ามเนื้อ (endomysium) โดยมีคอลลาเจนเป็น 1% ถึง 2% ของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ และเป็น 6% ของน้ำหนักกล้ามเนื้อมีเอ็นที่แข็งแรงได้แก่ ผังผืด (Fascia), กระดูกอ่อน, เอ็น, เอ็นกล้ามเนื้อและกระดูก

อาหารเสริมคอลลาเจนกิฟฟารีน,อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน
www.wiley.com


คอลลาเจนกับผิวพรรณ
ผิวหนังของคนเรา ปกติแล้วแบ่งเป็น 3 ชั้น คือ
1. ชั้นหนังกำพร้า ( Epidermis )
เป็น ผิวชั้นนอกสุด ประกอบด้วยเซลผิวหนัง ( Keratinocyte ) ซึ่งเป็นเซลที่มีหน้าที่สร้างสารเคอราติน ( Keratin )  ปกคลุมผิวหน้าของผิวหนังเป็นชั้นขี้ไคล  ชั้นหนังกำพร้านี้ทำหน้าที่รักษาความชุ่มชื้นให้กับพื้นผิว ป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกาย รักษาอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่
2.  ชั้นหนังแท้ ( Dermis )
เป็นผิวชั้นใน ประกอบด้วยส่วนที่เป็นเส้นใยประสานกันไปมาคือ โปรตีนเส้นใยของคอลลาเจน ( Collagen fibers ), โปรตีนเส้นใยอีลาสติก ( Elastic fibers )  และโปรตีนเส้นใยร่างแห  ( Recticulum fibers ) นอกจากนี้ยังมีกล้ามเนื้อ เส้นเลือด เส้นประสาทต่าง ๆ ที่รับความรู้สึกอยู่ด้วย
3. ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ( Subcutis )
ทำหน้าที่รองรับผิวหนังให้คงรูปร่าง  ช่วยลดการกระทบกระแทก และเป็นแหล่งพลังงานของร่างกายยามขาดแคลนพลังงาน
อาหารเสริมคอลลาเจนกิฟฟารีน,อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน
www.margiesmassage.com

ในส่วนของผิวพรรณนั้นคอลลาเจนจะเป็นโปรตีนที่ประสานกันเป็นเส้นใยอยู่ใต้ชั้นผิวหนังแท้  มีส่วนสำคัญทำให้มีผิวพรรณมีสุขภาพดี เป็นตัวช่วยเสริมสร้างความเรียบตึงของผิวหนังทำให้ผิวแข็งแรงและเรียบ เนียน สร้างความตึงกระชับให้กับผิว โดยจะทำงานคู่กับโปรตีนที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งคือ อีลาสติน (Elastin) ซึ่งช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้กับผิวและทำให้ผิวไม่มีริ้วรอย ในขณะที่คอลลาเจนมีหน้าที่เสมือนโครงร่างผิว  อีลาสตินก็ทำหน้าที่ให้ความยืดหยุ่นแก่ผิว
คงความชุ่มชื่นให้เซลล์ผิว ยิ่งผิวสูญเสียความชุ่มชื่นมากเท่าไหร่ ริ้วรอยถาวรก็ปรากฏเร็วขึ้นเท่านั้น จึงควรชะลอวัยให้ผิวด้วยการใช้มอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไฮโดรไลซ์ คอลลาเจน โปรคอลลาเจน อิลาสติน เอเอชเอ หรือเรตินอล ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เคราติน เคราตินมีหน้าที่สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่น เมื่อสารเคราตินในชั้นผิวลดลง จึงเกิดริ้วรอย (wringkle) บนชั้นผิว, นอกจากนี้ เคราตินมีหน้าที่สร้างความยืดหยุ่นให้ผนังหลอดเลือด มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ รวมทั้งยังเป็นส่วนประกอบของเยื่อกระจกตาและเลนส์ตาด้วย
การสังเคราะห์คอลลาเจนเกิดในชั้นผิวหนังแท้(Dermis) ซึ่งมีเซลล์ชื่อไฟโบรบลาสท์(Fibroblast) กระจายอยู่ทั่วและทำหน้าที่ผลิตสารสำคัญต่อผิว 3 ชนิดคือ 1.คอลลาเจน (Collagen) ช่วยให้ผิวตึงกระชับ 2.อิลาสติน (Elastin) ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น และ 3.กรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic Acid) ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น เอิบอิ่ม โดยรวมแล้วในชั้นผิวหนังแท้จะมีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบมากที่สุดถึง 75%

สารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและสุขภาพผิวที่ดี
การรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม นอกจากทานอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว ควรเน้นผักและผลไม้ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง วิตามินซี วิตามินอี และเบต้าแคโรทีน เพราะมีคุณสมบัติปกป้องและเพิ่มความแข็งแรงให้กับคอลลาเจนและอิลาสตินได้ดี

-วิตามินซี
• วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ( Antioxidant )  มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ในการเปลี่ยน กรดอะมิโน ( Amino Acid ) ชื่อ Proline เป็น Hydroxy Proline และ Lysine เป็น Hydroxylysine โดยทั้ง Hydroxyproline และ Hydroxylysine มีความสำคัญในการสร้างคอลลาเจน
• เป็นตัวสำคัญในกระบวนการสร้างคอลลาเจนจากกรดอะมิโนให้กับผิว
• การขาดวิตามินซีอาจส่งผล ทำให้ยับยั้งการสังเคราะห์คอลลาเจน

-ไลโคปีน(Lycopene)
• เป็นสารแคโรทีนอยด์สีแดง พบได้ในมะเขือเทศและผลไม้ที่มีสีแดง  ไลโคปีน เป็นสารแคโรทีนอยด์ที่พบว่ามีปริมาณมากที่สุดในร่างกายมนุษย์  โดยมักพบอยู่ในผนังเซล์และมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ สูงกว่าสารแคโรทีนอยด์อื่น ๆ   ไลโคปีน ช่วยลดความผิดปกติและความเสื่อมของเซลล์อันเนื่องมาจากการทำลายของอนุมูล อิสระจึงสามารถป้องเซลล์ในอวัยะต่าง ๆ ที่มีสารไลโคปีนอยู่
• สามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ด้วยกลไกการยับยั้งอนุมูลอิสระที่จะไปทำลาย LDL Cholesterol เพราะการที่ LDL Cholesterol ถูก Oxidized ด้วยอนุมูลอิสระ จะทำให้ดึงเม็ดเลือดขาวมาทำลายผนังหลอดเลือดทำให้เกิดการอักเสบและผนังหลอด เลือดหนาตัวขึ้นกลายเป็น Plaque หรือตะกอน เกาะที่ผนังหลอดเลือด ส่งผลทำให้หลอดเลือดแข็ง ไม่ยืดหยุ่นและตีบ มีงานวิจัยที่ชัดเจน ในญี่ปุ่น พบว่า ผู้ที่มีระดับ ไลโคปีนในเลือดสูงจะลดอัตราตายจากโรคหัวใจอย่างมีนัยสำคัญ
• ยับยั้ง เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากของมนุษย์
• อาจมีบทบาทในการช่วยป้องกันโรคมะเร็งต่างๆ  โดย เริ่มมีงานวิจัยในเรื่องนี้ บ้างแล้ว แต่ยังมีข้อมูลจำกัดอยู่ คือยังมีไม่มากได้แก่ มะเร็งต่อมลูกหมาก ( prostate cancer)   มะเร็งรังไข่ ( ovarian cancer ), มะเร็งกระเพาะอาหาร ( gastric cancer ) และมะเร็งตับอ่อน ( pancreatic cancers)

-ไลซีน(L-Lysine)
• เป็นกรดอะมิโนจำเป็น ( Essential amino acid ) หมายความว่าร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องรับประทานเข้าไปจากอาหารเท่านั้น มีความจำเป็นและเป็นส่วนสำคัญในการสร้างโปรตีนทุกชนิดในร่างกาย
• ไลซีน (L-Lysine) เป็นสารตั้งต้นในการสร้าง Hydroxylysine ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจน ดังนั้นจึงเป็นเหตุเป็นผลกันว่าการรับประทานไลซีนจะช่วยเสริมสร้าง Collagen โดยไลซีนจะถูกเปลี่ยนเป็น Hydroxylysine ได้นั้น จำเป็นต้องมีวิตามินซีอยู่ด้วย
• ไลซีน นิยมทำเป็นอาหารสุขภาพ ทั้งแยกเดี่ยวต่างหาก และใส่ร่วมในอาหารสุขภาพชนิดอื่น ๆ

-ทองแดง(Copper)
• มีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลาเจน และยังทำงานร่วมกับวิตามินซีในการสร้าง อีลาสติน ซึ่งจะทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น นุ่มนวลและแข็งแรง

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ดีเพียงไร การใช้ชีวิตอย่างพอดี การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารครบ5หมู่ และทำจิตใจให้แจ่มใส ก็ยังเป็นวิธียืดอายุคอลลาเจนที่สำคัญที่สุด หากรักษาสมดุลการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสมแล้ว สุขภาพดีและผิวพรรณอ่อนเยาว์ก็จะอยู่กับเราไปอีกนานแน่นอน

อาหารเสริมคอลลาเจนกิฟฟารีน,อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน,กิฟฟารีนคอลลาเจนแมกซ์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนตรากิฟฟารีน
กิฟฟารีน คอลลาเจนแมกซ์ : Giffarine Collagen Maxx


อาหารเสริมคอลลาเจนกิฟฟารีน,อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน,กิฟฟารีนเปปไทด์sop100
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนเปปไทด์ตรากิฟฟารีน
กิฟฟารีน คอลลาเจนเปปไทด์SOP100 : Giffarine Collagen SOP100+

สนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพของกิฟฟารีน !! คลิก !!


Sustainhealthy

น้ำมันปลา

น้ำมันปลา (fish oil) กับน้ำมันตับปลา (Cod Liver Oil) ทั้งสองตัวมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัว ชนิด omega-3 ซึ่งร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถสร้างเองได้ แต่สิ่งที่ต่างกัน คือ น้ำมันตับปลา (cod liver oil) มี วิตามิน A และ D เป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย โดยสกัดจากตับของปลาทะเล เช่นปลาคอด หรือปลาเฮอร์ริ่ง ส่วนใหญ่รับประทานเพื่อเสริมวิตามินเอซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเยื่อบุผิวให้เป็นปกติ และวิตามินดีที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมรวมทั้ง ฟอสฟอรัสบริเวณลำไส้เข้าสู่ร่างกาย ทำให้การสร้างกระดูกเป็นไปอย่างปกติ การบริโภคน้ำมันตับปลานั้นจะได้ในส่วนของน้ำมันปลา รวมถึงวิตามิน เอ และดี ในปริมาณที่สูง ดังนั้นผู้ที่รับประทานน้ำมันตับปลาปริมาณมากๆ อาจเสี่ยงต่อการได้รับพิษจากวิตามิน A และ D ได้ โดยอาจมีอาการความดันในสมองสูง ปวดศีรษะ หิวน้ำ และปัสสาวะบ่อย ฯลฯ ซึ่งเป็นผลข้างเคียง ที่เกิดจากการรับประทานมากเกินไป

น้ำมันปลา,อาหารเสริมกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน

ส่วนน้ำมันปลา (Fish Oil) จะสกัดมาจากส่วนหัว เนื้อ หนัง และหางของปลาทะเลน้ำลึก อาทิ ปลาเฮอร์ริ่ง ปลาแซลมอน ปลาทูน่า น้ำมันปลามีกรดไขมันที่ร่างกายคนเราไม่สามารถสร้างเองได้ แต่ที่มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายคือ

1.) กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 (Omega-3) เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว (Polyunsaturated Fatty Acid) หรือ PUFA มี 2 ชนิด คือ
- Eicosapentaenoic acid (EPA) เป็นองค์ประกอบสำคัญเกี่ยวกับการรักษาสมดุลระดับฮอร์โมนในร่างกาย  EPA ช่วยลดระดับไขมันโคเลสเตอรอลชนิดร้าย(LDL) ลดไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์   ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด  ลดความหนืดของเลือดทำให้ความดันโลหิตลดลง ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น จึงช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด  นอกจากนี้ EPA ยังมีผลทำให้การรวมกลุ่มของเกร็ดเลือดลดลงในระยะที่มีการบีบตัวของหลอดเลือดในสมองจึงช่วยลดอาการปวดไมเกรนลงได้ EPA ยังช่วยลดอาการปวดอักเสบจากข้อเสื่อม และข้ออักเสบรูมาตอยด์อีกด้วย
- Docosahexaenoic acid (DHA) DHA เป็นองค์ประกอบหลักของเซลล์สมองโดยพบสูงถึง 40% ของกรดไขมันในสมองทั้งหมด และพบในเนื้อเยื่อชั้นในสุดของดวงตา(เรตินา)  DHA ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์สมองและเส้นใยประสาทของเชลล์สมองที่เรียกว่า “เดนไดรท์”  DHAเป็นสารอาหารจำเป็นต่อการพัฒนาและการทำงานของสมองและระบบปราสาทส่วนกลางและสายตา ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการในการเรียนรู้  เสริมสร้างความจำ รวมถึงระบบสายตาให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็น  สิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กวัยเรียนและคนวัยทำงาน  DHA ยังช่วยป้องกันความเสื่อมของสมองและโรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ

2.) กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 6 (Omega-6) เป็นอีกหนึ่งกรดไขมันที่ร่างกายจำเป็นต้องรับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น กรดไขมันชนิดนี้เป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์ มีหน้าที่ส่งผ่านคำสั่งทางเคมีจากสมองสู่ร่างกาย มีผลในแง่บวกต่อในการลดไขมันในเลือด แต่ตัวนี้ก็พบมากในน้ำมันพืชหลายชนิด เช่น น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น
น้ำมันปลา,อาหารเสริมกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน
ประโยชน์ของน้ำมันปลาต่อสุขภาพ

1. ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์(triglyceride)  ลดระดับความดันโลหิต    ช่วยระบบการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น
2. มี DHA เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมอง ทำหน้าที่เกี่ยวกับกระบวนการทำงานของระบบความจำ ป้องกันสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ ป้องกันโรคซึมเศร้า ลดความเครียด เพิ่มวุฒิภาวะทางอารมณ์
3. ช่วยเพิ่มระดับ HDL (ไขมันชนิดดี) ที่จะช่วยลดระดับ LDL (ไขมันชนิดร้าย) ลดไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพหลอดเลือดและสุขภาพหัวใจ
4. มีส่วนช่วยในการป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรค เช่นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคความจำเสื่อม
5. มีส่วนช่วยในการป้องกันข้ออักเสบ ปวดศีรษะ ไมเกรน และเบาหวาน
6. มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคมะเร็งโรค ภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคไต และโรคอื่น ๆ ได้อีกด้วย
7. ลดอาการปวดอักเสบของโรคข้อเสื่อม  และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
8. ลดอาการของโรคผิวหนังบางชนิด เช่น สะเก็ดเงิน โรคเรื้อนกวาง
9. ลดอาการหอบหืด ภูมิแพ้
10.บำรุงสมอง บำรุงสายตา  เสริมสร้างพัฒนาการการเรียนรู้  เสริมความจำ
น้ำมันปลา,อาหารเสริมกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน
ถึงแม้น้ำมันปลาจะมีประโยชน์แต่ก็มีผลข้างเคียงของการบริโภคน้ำมันปลามากเกินไป คือ
- ในน้ำมันปลามีคุณสมบัติในการต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดและทำให้เลือดหยุดไหลช้าลงได้ ดังนั้นอาจต้องระมัดระวังการรับประทานน้ำมันปลาหรือน้ำมันตับปลาในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออก เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่ดื่มสุรามากๆ ผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร หรือผู้ที่รับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน หรือ วอร์ฟาริน (warfarin) เป็นต้น เพราะจะยิ่งทำให้ความเสี่ยงในการเกิดเลือดออกเพิ่มขึ้นอีก รวมถึงผู้ที่มีโปรแกรมต้องเข้ารับการผ่าตัด ควรหยุดรับประทานน้ำมันปลาก่อนถึงวันผ่าตัดอย่างน้อย 14 วัน และควรแจ้งแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดให้ทราบว่าตนเองรับประทานน้ำมันปลา หรือน้ำมันตับปลาอยู่ด้วย **ควรปรึกษาแพทย์ก่อน**

- น้ำมันปลากับแม่และ เด็กทารก ในการสร้างเซลสมอง ร่างกายจำเป็นที่จะต้องใช้ไขมัน 2 ชนิดคือ Omega-3 และ DHA ซึ่งพบมากในน้ำมันปลา (และในอาหารอื่นๆอีกหลายชนิด) แล้วเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของ DHA เพื่อสร้างเซลสมองต่อไป ซึ่งกระบวนการสร้างเซลสมองนี้ เกิดขึ้นในช่วงเด็กทารกจนถึงอายุประมาณ 5 ขวบ ดังนั้นจึงใช้น้ำมันปลาในการบำรุงเด็กเล็กๆ หรือตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โดยในอาหารเด็กหลายยี่ห้อ จะมีการผสมน้ำมันปลาลงไปด้วย แต่จากการศึกษาพบว่า น้ำมันปลามีส่วนช่วยเรื่องความจำได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้เด็กฉลาดกว่าปกติแต่อย่างใด และในเด็กเล็กๆ บางคนที่ไม่แข็งแรงก็อาจแพ้สารพิษจากน้ำมันปลาได้ แต่คุณแม่ตั้งครรภ์ก็ไม่ควรกินน้ำมันปลาชนิดเม็ดหรือแคปซูลมากเกินไป ควรกินน้ำมันปลาธรรมชาติที่มีอยู่ในปลาชนิดต่างๆ เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลากะพงแดง ฯลฯ รวมถึงธัญพืชต่างๆ อย่าง ถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต ถั่วอัลมอลต์ เมล็ดฟักทอง เป็นต้น เพราะในอาหารจะมีความสมดุลของกรดไขมันต่างๆ ที่เหมาะสม


น้ำมันปลา,อาหารเสริมกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลาตรากิฟฟารีน
น้ำมันปลากิฟฟารีน : Giffarine Fish Oil

สนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพของกิฟฟารีน !! คลิก !!

ผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน,สมัครสมาชิกกิฟฟารีน

Sustainhealthy

การใช้อาหารเสริมของกิฟฟารีนเพื่อควบคุมน้ำหนัก

แนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์ของกิฟฟารีนเพื่อการควบคุมน้ำหนัก

เพื่อให้ได้ผลดี ต้องงดทานขนม ผลไม้รสหวาน เครื่องดื่มที่มีรสหวานเช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ นมเปรี้ยว รวมถึงเครื่องดื่มที่ใส่ครีม และเครื่องดื่มเย็นต่างๆ เช่น กาแฟเย็น นมเย็น ชาเย็น ฯลฯ และที่สำคัญคือ ต้องพยายามหาเวลาออกกำลังกายให้ได้

ข้อควรระวัง
-การใช้ผลิตภัณฑ์ตามรายการด้านล่างนี้ ห้ามใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน หากต้องการลดน้ำหนักจริงๆ ควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาเบาหวานให้เป็นผู้ดูแลการควบคุมน้ำหนักเท่านั้น
-อาหารเสริมสกัดจากบุก(กลูโคแมนแนน) กับ อาหารเสริมไคโตซานและสารสกัดจากกระบองเพชร ไม่ควรทานมื้อเดียวกับน้ำมันดอกคำฝอย(CLA900) เพราะจะไปลดการดูดซึมน้ำมันดอกคำฝอย

สูตรธรรมดา
สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีน้ำหนักมากเกินไป แค่ต้องการควบคุมน้ำหนัก  แค่ต้องการให้น้ำหนักอยู่ในระดับที่ต้องการ หรือผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักส่วนเกินที่ไม่มากเกินไป อาจใช้สูตรนี้ได้
- อาหารเช้าทานตามปกติ ร่วมกับอาหารเสริมสารสกัดจากดอกคำฝอย (CLA900)
- อาหารกลางวันทานอาหารตามปกติ ควบคู่กับ อาหารเสริมสารสกัดจากถั่วขาว และถั่วเหลือง( Blok 4 Slimm)กับ  สารสกัดจากกระบองเพชรและไคโตซาน ( Fatt-Blokker)
- อาหารเย็น ควรทานอาหารเบาๆ แคลลอรี่ต่ำ ควบคู่กับ อาหารเสริมสารสกัดจากถั่วขาว และถั่วเหลือง( Blok 4 Slimm) กับสารสกัดจากกระบองเพชรและไคโตซาน ( Fatt-Blokker)
- ก่อนนอน ทาน สารสกัดจากชาเขียว EGCG กับสารสกัดจากน้ำมันดอกคำฝอย CLA900 อย่างละ1เม็ด

ลดน้ำหนักกิฟฟารีน,ลดความอ้วนกิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน


สูตรเร่งรัด
วิธีนี้สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักมากๆ ในเวลาสั้นๆ แต่ต้องจัดตารางให้ชัดเจน และมีวินัยในการปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด

อาหารเช้า
มื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญของร่างกาย แนะนำให้ รับประทานมื้อเช้าตามปกติ โดยมีอาหารเสริมเป็นตัวช่วยคือ
- EGCG  และ CLA 900 อย่างละ 1 เม็ด
- หากติดกาแฟ แนะนำ Royal Crown Beaute Caffe'

อาหารกลางวัน
- Glucomannan 2 เม็ด ก่อนอาหารประมาณครึ่งชั่วโมง
- อาหารกลางวันแคลลอรี่ต่ำ เช่น ก๋วยเตี๋ยว
- Blok 4 Slimm และ Fatt-Blokker อย่างละ 2 เม็ด

อาหารเย็น
ถ้าทนหิวไม่ไหวจริงๆ ให้ทานอาหารเบาๆ ปริมาณน้อยๆ ได้  ใช้ตัวช่วยคือ
- Glucomannan 2 เม็ด ก่อนอาหารประมาณครึ่งชั่วโมง
- Blok 4 Slimm และ Fatt-Blokker อย่างละ 2 เม็ด
ถ้างดอาหารเย็นได้ ให้ทานโปรตีนสกัดจากถั่วเหลืองแทน(Zlenderine) แล้วไม่ต้องทาน Blok 4 Slimm และ Fatt-Blokker ก็ได้

ก่อนนอน
- CLA 900 1 เม็ด
- EGCG หรือ EGCG Maxx 1เม็ด
ลดน้ำหนักกิฟฟารีน,ลดความอ้วนกิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน

Blok 4 Slimm สารสกัดจากถั่วขาวและถั่วเหลือง ช่วยลดการดูดซึมแป้ง และน้ำตาลบางชนิด Fatt-Blokker สารสกัดจากกระบองเพชร ช่วยลดการดูดซึมไขมัน ทั้ง2ตัว สามารถทานกับอาหารมื้อใดก็ได้ ที่มีแป้ง น้ำตาล และไขมันมากเป็นพิเศษ

สนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพของกิฟฟารีน !! คลิก !!


Sustainhealthy

ดูแลรูปร่างกับกิฟฟารีนอีสเลสและซิตริแมกซ์

ดูแลรูปร่างอย่างมีความสุข กับกิฟฟารีน อีสเลส
ดื่มง่าย ไม่ต้องฝืน หอมสดชื่น ให้คุณยังคงอร่อยกับอาหารที่ต้องการได้ทุกมื้อ อิ่มพอดีกับปริมาณอาหารที่ลดลง

HCA หรือ Hydroxy Citric Acid คือสารสำคัญที่อยู่ในพืช  ผัก  ผลไม้ ชนิดต่างๆที่รับประทานในชีวิตประจำวัน  มีหน้าที่สร้างความสมดุลให้กับร่างกายในเรื่อง น้ำหนักตัวและไขมันในเลือด  มีความปลอดภัยและมีการนำมาใช้ในการลดน้ำหนักอย่างแพร่หลายในการทำเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ส่วนใหญ่เป็นสารที่สกัดได้จาก Garcinia Cambogia และล่าสุดได้มีการพัฒนาสาร HCA จนทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่โดยการนำเกลือแร่แคลเซี่ยมและโพแทสเซียม ไปทำปฎิกริยากับ HCA เกิดเป็น HCA-SX (เอช ซี เอ เอส-เอ็กซ์) หรือ ไฮดรอกซี ซิตริก แอซิด เอส-เอ็กซ์ (Hydroxy citric acid - SX) ที่มีความคงตัวสูง และถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น ดังนั้น จึงทำงานได้ประสิทธิภาพที่สูงกว่า HCA ที่อยู่ในรูปแบบอื่นๆ  ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษก็คือ ทำให้ร่างกายสามารถนำ HCA ไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว และเต็มประสิทธิภาพมากกว่าปกติ 2.8 เท่า ทำให้อาหารประเภทข้าว และแป้งต่างๆ ที่รับประทานเข้าไปจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล (glucose)  และไกลโคเจนแทนการเปลี่ยนเป็นไขมัน ซึ่งไกลโคเจนคือพลังงานสำรองพร้อมใช้   ดังนั้นเมื่อร่างกายมีไกลโคเจนสะสมมาก  จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ และไม่ทำให้เกิดความหิว หรือความอยากอาหาร ซึ่งเป็นที่มาของการรับประทานอาหารได้น้อยลง น้ำหนักจึงค่อยๆ ลดลงด้วย จึงนับว่าเป็นการลดน้ำหนักโดยวิธีควบคุมอาหารอย่างเป็นไปตามธรรมชาติและ ปลอดภัย

ลดน้ำหนักกิฟฟารีน,ลดความอ้วนกิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน

HCA-SX จึงเป็นวิธีควบคุมน้ำหนักและลดความอ้วนอย่างเป็นธรรมชาติ ปลอดภัย เห็นผล และทำได้จริง โดยใช้หลักการ
1.มีความสุขกับปริมาณอาหารที่ลดลง โดยไม่หงุดหงิด  อิ่มอร่อยและมีความสุขกับปริมาณอาหารที่ลดลง HCA-SX จะเปลี่ยนแป้งและน้ำตาลเป็นพลังงานหลักและพลังงานสำรองไกลโคเจน พร้อมเพิ่มเซโรโทนินในร่างกาย ซึ่งซีโรโทนิน (Serotonin) เป็นสารสื่อประสาทที่ควบความหิว และความสุข การที่มีซีโรโทนินในปริมาณที่สูงจะทำให้ร่างกายมีความสุข และไม่รู้สึกหิวจึงช่วยทำให้พฤติกรรมการรับประทานอาหารลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ ทานน้อย อิ่มเร็ว มีความสุขกับปริมาณอาหารที่ลดลง ดังนั้น HCA-SX จึงถือเป็นทางเลือกในการลดน้ำหนักที่ดี ปลอดภัย และไม่ทำให้หงุดหงิดจากการอดอาหารอีกด้วย

2.พลังงานที่ได้รับ น้อยกว่าพลังงานที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ลดการสร้างไขมันสะสมจากอาหารที่รับประทานเข้าไป ด้วยการยับยั้งเอนไซม์เอทีพีซิเตรทไลเอส และอะซีติลโคเอนไซม์เอ สกัดกั้นการเปลี่ยนแป้งและน้ำตาลเป็นไขมันสะสมในร่างกาย
3.ผอมลง HCA-SX กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ คาร์นิทีน แอซิล ทรานสเฟอร์เรส เพื่อเร่งกระบวนการส่งไขมันเข้าสู่เซลล์ เพื่อเผาผลาญเป็นพลังงานตรง โดยไม่มีการเก็บสะสมไว้ตามส่วนต่างๆของร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของความอ้วน เป็นการเพิ่มการเผาผลาญไขมัน ที่สะสมในร่างกาย

Giffarine Easles กิฟฟารีน อีสเลส การนำ HCA-SX มาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อรูปร่างสวยเป๊ะ นอกจาก HCA-SX แล้วยังประกอบไปด้วย

ฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์ (Fructooligosaccharides)
    ไฟเบอร์หรือใยอาหารจากผักและผลไม้ ที่ช่วยให้อิ่มท้องและมีส่วนช่วยในการขับถ่าย และยังเป็นพรีไบโอติก อาหารสำหรับจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในลำไส้จึงเป็นการปรับสมดุลในลำไส้ด้วย นอกจากนี้ไฟเบอร์ชนิดนี้ยังมีผลในการรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ส่งผลให้ความรู้สึกอยากรับประทานอาหารลดลงได้

ลูกพีช (Peach)
    ผลไม้ที่มีสีเหลือง รสชาติหวานอมเปรี้ยว และมีกลิ่นหอม ซึ่งลูกพีชมีใยอาหารและอุดมไปด้วยวิตามินซี กรดโฟลิก เบตาแคโรทีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และโพแทสเซียม ซึ่งล้วนแต่เป็นสารอาหารที่มีคุณค่าต่อระบบทางเดินอาหารและร่างกาย

ซูคราโลส (Sucralose)
    สารให้ความหวานที่ไม่ให้พลังงาน ทำให้เครื่องดื่มมีรสชาติที่ดีขึ้นทำให้เกิดความสดชื่น แต่ยังคงให้รสชาติหวานและไม่มีรสขมติดลิ้น ซูคราโลสมีลักษณะเป็นผลึกแข็งสีขาวร่วน ละลายน้ำได้ดีและสามารถใช้ปรุงอาหารร้อนบนเตาได้โดยไม่สูญเสียความหวาน ไม่พบความเป็นพิษ และไม่เป็นสารก่อมะเร็ง ไม่เป็นพิษต่อการสืบพันธุ์ และทารกในครรภ์ มามีผลต่อการเกิดมะเร็ง ต่อระบบประสาท และผลต่อระบบภูมิต้านทาน แม้ว่าโครงสร้างของซูคราโลสจะคล้ายกับน้ำตาล แต่ก็ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดหรือระดับอินซูลิน และไม่ทำให้ฟันผุ จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

อาหารเสริมกิฟฟารีน,อาหารเสริมลดน้ำหนักกิฟฟารีน,กิฟฟารีนอีสเลส
เครื่องดื่มรสพีชจากกิฟฟารีน 
กิฟฟารีน อีสเลส : Giffarine Easles


ลดน้ำหนักกิฟฟารีน,ลดความอ้วนกิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน,กิฟฟารีนซิตริแมกซ์
ผลิตภันฑ์เสริมอาหารสารสกัดจากผลส้มแขกตรากิฟฟารีน
กิฟฟารีนซตริแมกซ์ : Giffarine Citrimax

สนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก,ลดความอ้วนของกิฟฟารีน !! คลิก !!


Sustainhealthy

กิฟฟารีนไฟเบอรีน

กิฟฟารีนไฟเบอรีน
เส้นใยอาหาร (dietary fiber) หมายถึง ส่วนผนังเซลล์ของพืช เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างของพืชเช่นผักผลไม้เมล็ดธัญพืชถั่วต่างๆจัดเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่มีโครงสร้างซับซ้อนและมีความหลากหลายทางกายภาพซึ่งไม่ถูกย่อยในระบบทางเดินอาหารโดยระบบย่อยอาหารของมนุษย์ จึงไม่ให้พลังงาน ซึ่งในอดีตได้มีการศึกษาถึงประโยชน์ของใยอาหารที่มีต่อระบบขับถ่าย ช่วยเพิ่มกากอาหาร ทำให้ขับถ่ายได้ดี แต่ในปัจจุบันพบว่าคนที่รับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูงสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคบางอย่างได้อีกด้วย ได้แก่ โรคมะเร็งลำไส้ โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจ และโรคที่ก่อให้เกิดความผิดปรกติของทางเดินอาหารต่างๆ เช่น ท้องผูก ริดสีดวงทวาร ลำไส้โป่งพอง และมะเร็งลำไส้ใหญ่ จึงได้มีความพยายามที่จะใช้ประโยชน์จากใยอาหารในการป้องกันโรค หรือควบคุมโรคที่มีอยู่ให้รุนแรงน้อยลง ไฟเบอร์ หรือเส้นใยอาหาร บางทีก็เรียกว่าเซลลูโลส ซึ่งมีโครงสร้างประกอบไปด้วยโมเลกุลน้ำตาลมาต่อกันอย่างซับซ้อน ไฟเบอร์จะไม่โดนย่อยด้วยกรดในกระเพาะอาหารและเอนไซม์ในลำไส้เล็ก มันจึงเป็นกากที่จะไปเบียดบังพื้นที่ในระบบทางเดินอาหาร เวลารับประทานเข้าไปจึงรู้สึกอิ่ม อีกทั้งมันเป็นสารที่ไม่ให้พลังงาน เมื่อรับประทานเข้าไปจึงไม่ก่อให้เกิดพลังงานส่วนเกิน แต่ในทางตรงข้ามมันกลับไปช่วยขัดขวางการดูดซึมไขมันและ คลอเลสเตอรอลอีกด้วย

dietary supplement,ใยอาหาร,ลดน้ำหนักกิฟฟารีน,อาหารเสริมลดความอ้วนกิฟฟารีน

เส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้และไม่ละลายน้ำ
เส้นใยที่ละลายน้ำ คือ เส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้เมื่อถูกน้ำจะพองตัวเป็นวุ้น เส้นใยชนิดนี้จะชัวยขัดขวางการดูดซึมน้ำตาลและไขมัน ซึ่งมีประโยชน์ต่อการคุมระดับโคเลสเตอรอล และสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ยังช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปอย่างสะดวก และป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวาร
เส้นใยที่ไม่ละลายน้ำ คือ เส้นใยอาหารที่ไม่สามารถละลายน้ำได้ แต่จะอุ้มน้ำเอาไว้ เส้นใยชนิดนี้จะช่วยกระตุ้นลำไส้ให้เกิดการขับถ่ายและเพิ่มปริมาณกากาอาหาร ดังนั้น จึงมีประโยชน์ในการป้องกันโรคท้องผูกและมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพราะจะช่วยเร่งการขับถ่ายให้เกิดเร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการลดการเกิดสารพิษที่เกิดจากการย่อยสลายของแบคทีเรียอัน เนื่องจากการค้างของกากอาหารเป็นเวลานาน

dietary supplement,ใยอาหาร,ลดน้ำหนักกิฟฟารีน,อาหารเสริมลดความอ้วนกิฟฟารีน

สรุปประโยชน์ของไฟเบอร์
1.ใช้ควบคุมน้ำหนัก โดยเส้นใยอาหารจะดูดซับน้ำและพองตัว ทำให้ไม่รู้สึกหิวและรับประทานอาหารได้น้อยลง
2.ช่วยลดโคเลสเตอรอลและระดับน้ำตาลในเลือด จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน
3.ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นริดสีดวงทวาร ผู้ป่วยโรคหัวใจ สตรีมีครรภ์ และผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับผนังลำไส้
4.ช่วย ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเส้นใยอาหารจะช่วยให้กากอาหารเคลื่อนผ่านลำไส้ใหญ่ได้เร็วขึ้น ทำให้สารก่อมะเร็งมีโอกาสสัมผัสกับผนังลำไส้ได้น้อยลง

อาหารเสริมกิฟฟารีน,อาหารเสริมลดน้ำหนักกิฟฟารีน,กิฟฟารีนไฟเบอรีน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใยอาหารตรากิฟฟารีน
Giffarine Fiberine : กิฟฟารีน ไฟเบอรีน

สนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก,ลดความอ้วนของกิฟฟารีน !! คลิก !!


Sustainhealthy

โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง

กิฟฟารีน ซเลนเดอรีน เป็นโปรตีนผงสกัดจากถั่วเหลือง(soy protein powder)เพื่อให้ทานง่าย เป็นอีกหนึ่งแหล่งโปรตีนเสริมที่นิยมกัน และเหมาะกับผู้บริโภคที่เป็นมังสวิรัติ ซึ่งโปรตีนคุณภาพที่นิยมนำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มักจะเป็น โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง (Soy Protein powder) และ โปรตีนสกัดเข้มข้นจากนม (Whey Protein Concentrate) หรือทั้ง 2 ชนิดผสมกัน เพราะเป็นโปรตีนประเภทสมบูรณ์ ซึ่งถ้าแบ่งโปรตีนตามหลักโภชนวิทยา สามารถแบ่งโปรตีนออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

1.โปรตีนประเภทสมบูรณ์ (Complete protein) คือ โปรตีนที่มีกรดอะมิโนชนิดที่จำเป็นต่อร่างกายครบทุกตัว ร่างกายสามารถนำมาใช้สร้างและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ดี เป็นโปรตีนที่ได้รับจากสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ นม ถั่วเหลือง
2.โปรตีนประเภทไม่สมบูรณ์ (Incomplete Protein) คือ โปรตีนที่มีกรดอะมิโนชนิดจำเป็นไม่ครบทุกตัว คือมีไม่พอ เป็นโปรตีนที่ร่างกายนำมาใช้สร้างและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอไม่ดี เป็นโปรตีนที่ได้จากพืช เด็กที่ได้รับเฉพาะโปรตีนชนิดนี้อย่างเดียว จะทำให้การเจริญเติบโตไม่เต็มที่ และอาจเป็นโรคขาดโปรตีนก็ได้

โปรตีนเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่พบมากในเซลล์ และเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำ ในร่างกายของเราจะมีโปรตีนอยู่ประมาณ มากกว่า 1 ใน 7 ของน้ำหนักตัว โปรตีนจะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต และซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย โปรตีนหลายชนิดเป็นเอนไซม์ที่ช่วยเร่งและควบคุมปฏิกิริยาเคมีในสิ่งมีชีวิต บางชนิดทำหน้าที่ควบคุมระบบต่างๆ ให้ทำงานได้ตามปกติ ในกรณีที่ร่างกายขาดพลังงานจาก คาร์โบไฮเดรตและไขมัน ก็จะสามารถได้รับพลังงานจากการสลายโปรตีนได้ด้วย อาหารที่มีโปรตีนมากได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่ นม และถั่วชนิดต่างๆ

เมื่อเรารับประทานโปรตีนเข้าไปในร่างกายจะผ่านกระบวนการย่อยของร่างกาย ทำให้ได้หน่วยที่เล็กที่สุดของโปรตีน ที่จะสามารถดูดซึม ไปใช้ประโยชน์ได้ เรียกว่า กรดอะมิโน (amino acid) กรดอะมิโนที่พบในพืชและสัตว์มีประมาณ 20 ชนิด ทั้งนี้เราสามารถแบ่งกรดอะมิโนได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
1. กรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง หรือสร้างได้ปริมาณน้อยมาก แต่จำเป็นต่อร่างกาย (essential amino acid) เป็นกรดอะมิโนที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จำเป็นต้องได้จากอาหารที่รับประทานเข้าไปเท่านั้น เพื่อช่วยในการสร้างร่างกาย และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอให้ดีขึ้น
2. กรดอะมิโนที่ร่างกายสังเคราะห์ได้ (non-essential amino acid) เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เอง

หน้าที่หลักของโปรตีนคือ
  * จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
  * ให้กรดอะมิโนที่จำเป็นชนิดต่าง ๆ ต่อร่างกาย

ในส่วนของ soy protein powder ของกิฟฟารีนที่ใช้ชื่อว่า ซเลนเดอรีน มีประโยชน์คือ
-เป็นโปรตีนที่สมบูรณ์ ซึ่งในโปรตีนถั่วเหลืองนี้นอกจากจะมีโปรตีนแล้วยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่าง กายอีกทั้งมีคอเลสเตอรอลและไขมันต่ำ เรียกได้ว่าเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีไม่แพ้แหล่งโปรตีนอื่นๆเลย
-ป้องกันโรคกระดูกพรุนมีการค้นพบว่าโปรตีนถั่วเหลืองช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนอันเกิดจากความหนา แน่นของกระดูกที่ลดลงเป็นสาเหตุ โดยอ้างอิงจากการศึกษาของ Bahram Arjmandi, Ph.D., ซึ่งได้รายงานว่า”เราพบว่าความหนาแน่นของกระดูกนั้นเพิ่มขึ้นเมื่อร่างกาย ได้รับโปรตีนถั่วเหลืองแบบไอโซเลท(เป็นประเภทหนึ่งของโปรตีนถั่วเหลืองแบบ ผง)และไม่เพียงแค่นั้นคุณภาพของกระดูกก็ดีขึ้นอีกด้วย”
-โปรตีนสกัดจากถั่วเหลืองนั้น มีรายงานว่าการผสมโปรตีนจากถั่วเหลืองลงในอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและ โคเลสเตอรอลต่ำจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงของโรคหัวใจโคโรนารี การทดลองทางคลีนิกก็แสดงให้เห็นว่าการบริโภคโปรตีนจากถั่วเหลือง เมื่อเทียบกับโปรตีนชนิดอื่น เช่น โปรตีนจากนมหรือจากเนื้อ จะสามารถลดระดับโคเลสเตอรอลและแอลดีแอลโคเลสเตอรอลได้


อาหารเสริมกิฟฟารีน,อาหารเสริมลดน้ำหนักกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสกัดจากถั่วเหลืองตรากิฟฟารีน
Giffarine Zlenderine : กิฟฟารีน ซเลนเดอรีน (วานิลลาและโกโก้)

สนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก,ลดความอ้วนของกิฟฟารีน !! คลิก !!


Sustainhealthy

สารสกัดจากผลส้มแขก

ส้มแขก(Garcenia Cambogia) เป็นพืช พื้นบ้านดั้งเดิมของไทย ที่นิยมใช้ในการประกอบอาหารมาเป็นเวลานานแล้ว ลักษณะของผลส้มแขก จะคล้ายฟักทองขนาดเล็ก มีมากทางภาคใต้  ซึ่งมีการนำมาปรุงเป็นอาหารโดย ใช้เพิ่มรสเปรี้ยวให้อาหารได้

ส้มแขก,อาหารเสริมสกัดจากผลส้มแขก,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร,อาหารเสริมลดน้ำหนักกิฟฟารีน

จากการค้นคว้าพบว่า ผลส้มแขก มีสาร HCA หรือ Hydroxy-citric acid อยู่เป็นจำนวนมาก โดยพบว่ามีคุณสมบัติช่วยในการขัดขวางการเปลี่ยนสารอาหารจำพวกน้ำตาลกลูโคส (Glucose)ไม่ให้เปลี่ยนไปเป็นสารอาหารจำพวกไขมันสะสมที่เป็นปัญหาของความอ้วน
จากการศึกษาทำให้เราพบว่า สารเอชซีเอ ที่สกัดได้จากผลส้มแขก (Garcinia Cambogia) นี้หลังจากที่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายแล้ว ก็จะไปขัดขวางการทำงานของเอ็นไซม์ที่มีชื่อว่า เอทีพีซิเตรตไลเอส (ATP Citratelyase) ทำให้น้ำตาลกลูโคสที่มีมากเกินความต้องการของร่างกาย ไม่สามารถถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมได้

นอกจากนั้นยังพบว่าสารเอชซีเอ ยังไปมีผลในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเอ็นไซม์ที่มีชื่อว่าเอ็นไซม์คาร์นิทีน เอซิล ทรานสเฟอร์เรส (Carnitine Acyl Transferase) โดยจะไปยับยั้งการนำน้ำตาล จากอาหารประเภท แป้ง ข้าว และน้ำตาล ไม่ให้เปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมตามร่างกายแต่จะนำไปใช้เป็นพลังงานของร่างกาย ทำให้ร่างกายสดชื่นไม่อ่อนเพลีย และ เมื่อในกระแสเลือดไม่ขาดน้ำตาล ก็จะทำให้ความรู้สึกหิวอาหารลดลง ไปด้วย ขณะเดียวกัน ก็ จะนำไปสะสมเป็นพลังงานสำรองในรูปของไกลโคเจนที่ตับ ทำให้ร่างกายรับรู้ว่ามีพลังงานสำรองเพียงพอ ทำให้ไม่รู้สึกหิวมาก นอกจากนี้ ยังมีผลไปกระตุ้น ให้มีการดึงเอาไขมันที่สะสมออกมาใช้เป็นพลังงานทำให้ไขมันที่สะสมอยู่ลดลง สารสกัดจากผลส้มแขก ซึ่งถือเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ไม่มีอันตรายใดๆ ต่อร่างกายนั้น จะให้ผลทั้งการลดการสะสมของไขมันใหม่ ที่เกิดจากการที่ร่างกายของเรามีสารอาหารน้ำตาลกลูโคสมากเกินความต้องการ และยังส่งผลในการช่วยเร่งการสลายไขมันเก่าที่มีสะสมอยู่แล้วในรูปของพลังงาน ซึ่งจะมีผลทำให้รูปร่างดีขึ้น จึงได้มีความคิดในการนำผลส้มแขกมาใช้ในการควบคุมน้ำหนัก
จากการนำสารสกัดจากผลส้มแขกมารับประทานเพื่อให้น้ำหนักลดลง พบว่าน้ำหนักตัวอาจจะไม่ลดลงเร็วมากนัก ประมาณ 1 กิโลภายใน 3-4 อาทิตย์ แต่รูปร่างจะดีขึ้น เอว(พุง) ลดลง ความอึดอัดลดน้อยลง เนื่องจากไขมันมีน้ำหนักเบากว่ากล้ามเนื้อ และจนถึงขณะนี้ ยังไม่พบผลข้างเคียงหรืออันตรายที่เกิดขึ้นจากการรับประทานตามขนาดที่แนะนำ

dietary supplement,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร,ลดน้ำหนักกิฟฟารีน,ลดความอ้วนกิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน

อย่างไรก็ตาม พบว่าหากร่างกายของเราได้รับสารอาหารจำพวกน้ำตาล หรือสารอาหารประเภทแป้งซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นสารอาหารจำพวกน้ำตาลได้ ในกระแสเลือดในปริมาณสูงมากๆ นั้น เฉพาะเพียงผลของ สารเอชซีเอ จากผลส้มแขก อาจให้ผลได้ไม่เพียงพอเพราะถึงแม้ว่า น้ำตาลกลูโคสจะไม่ สามารถถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมใหม่ได้ ด้วยผลของสารเอชซีเอหากเซลล์ต่างๆไม่มีการเพิ่มการนำน้ำตาลกลูโคสที่ยังคงมี อยู่ในกระแสเลือดไปใช้เป็นพลังงานในเซลล์ได้หมดก็อาจะทำให้น้ำตาลกลูโคส สามารถเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมใหม่ได้ เมื่อหมดฤทธิ์ของสารเอชซีเอในเลือด
ดังนั้นในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์จึงได้ทำการแก้ไขข้อบกพร่องในการทำงานของสารเอชซีเอ ดังกล่าวด้วยการแนะนำให้รับประทานร่วมกับ สารอาหารเกลือแร่โครเมียมโพลีนิโคติเนต(Chromium Polynicotinate) ที่ พบว่า มีคุณสมบัติในการช่วยเร่งการนำเอาน้ำตาลกลูโคส ที่มีมาก เกินไปในกระแสเลือดให้เข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปสลายเป็นพลังงานเกลือแร่ โครเมียมนิโคติเนตนี้ จะสามารถพบได้ในทุกๆ เซลล์โดยพบว่า เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างหลักอันหนึ่งของเยื่อหุ้มเซลล์ที่เรียกว่า กลูโคสโทเลอรานซ์แฟคเตอร์ (Glucose Tolerance Factor) หรือ GTF และ GTF นี้ เอง ที่ทำงานร่วมกับฮอร์โมนอินซูลินในการนำน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์เพื่อนำไป สลายเป็นพลังงาน และหากร่างกายเรามีความบกพร่อง เกลือแร่โครเมียม ก็จะส่งผลทำให้เกิดภาวะเบาหวาน (Diabetes) และการเกิดภาวะไขมันสะสมใหม่ที่มีผลต่อสุขภาพอื่นๆ ของเราตามมาได้

ดังนั้น สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาไขมันทั้งไขมันใหม่ที่เกิดจากสารอาหารจำพวก แป้ง และน้ำตาล และไขมันสะสมเก่าในคนอ้วน หรือผู้ที่มีปัญหาของน้ำหนักตัวนั้น การได้รับประทาน สารอาหารที่เป็นส่วนผสมที่เหมาะสมระหว่างสารเอชซีเอ จากผลส้มแขกและสารอาหารเกลือแร่ โครเมียมโพลีนิโคติเนต ก็จะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่และครบกระบวนการ
สารสกัดจากผลส้มแขก,dietary supplement,ลดน้ำหนักกิฟฟารีน,ลดความอ้วนกิฟฟารีน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดจากผลส้มแขก แอล-คาร์นิทีน และโครเมี่ยมตรากิฟฟารีน
กิฟฟารีน สลิมฟิต : Giffarine Slimm-Fitt

สนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก,ลดความอ้วนของกิฟฟารีน !! คลิก !!


Sustainhealthy

ประโยชน์ของดอกคำฝอย

ดอกคำฝอย (อังกฤษ: Safflower ; ชื่อวิทยาศาสตร์: Carthmus tinctorius ) เป็นพืชล้มลุก มีลักษณะเป็นพุ่ม แตกกิ่งก้านสาขามากมาย ลำต้นเป็นสัน ผิวเรียบแข็ง โคนลำต้นมีขนาดใหญ่ แต่ปลายกิ่งเรียวเล็กใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน ไม่มีก้านใบ ลักษณะใบคล้ายรูปไข่หรือใบหอกเป็นรูปขอบขนาน ขอบใบหยักเป็นซี่คล้ายฟันเลื่อยปลายเป็นหนามแหลม ใบเป็นมันหนาสีเขียวเข้ม ดอกออกรวมกันเป็นช่ออัดแน่นบนฐานดอกที่บริเวณปลายกิ่ง ดอกอ่อนกลีบดอกมีสีเหลือง และจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีส้ม พอแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง ลักษณะผลคล้ายรูปไข่มีสีขาว เมล็ดมีลักษณะยาวรี เปลือกแข็งสีขาว เมื่อผลแก่แห้ง เมล็ดจะไม่แตกกระจาย ในเมืองไทยพบมากทางภาคเหนือ

ดอกคำฝอย,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร,อาหารเสริมลดน้ำหนักกิฟฟารีน

กลีบดอกคำฝอยประกอบด้วยสารสำคัญคือ แซฟฟลาวเวอร์ เยลโลว์(safflower yellow) ซึ่งเป็นสารสีเหลือง ส่วนสารสีแดงคือ คาร์ทามิน (carthamin)  ในน้ำมันจากเมล็ด (safflower seed oil) ประกอบด้วยกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวหลายชนิด  เช่น เบต้าแคโรทีน  กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวหลายชนิดในปริมาณสูง เช่น กรดไลโนเลอิก (linoleic acid) กรดไลโนลิก (linolic acid) และกรดโอเลอิก (oleic acid) เป็นต้น

ตามตำรับยาไทยโบราณ ระบุว่า ดอกคำฝอย ใช้เป็นส่วนผสมในยาบำรุงโลหิตหรือแก้โลหิตเป็นพิษ บำรุงประสาท กันมาแต่โบราณ ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ได้พบว่าน้ำมันดอกคำฝอยมี กรดไลโนลิคแอซิด ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวในปริมาณสูง (ประมาณร้อยละ 75) และจากผลการวิจัยในสัตว์ทดลอง และในคนพบว่า น้ำมันดอกคำฝอย จะช่วยให้การอุดตันของไขมันในหลอดเลือดลดลง และช่วยป้องกันการอุดตันของไขมันในเส้นเลือดได้ ช่วยลดไขมันในโลหิตได้เป็นอย่างดี

CLA,dietary supplement,ลดน้ำหนักกิฟฟารีน,ลดความอ้วนกิฟฟารีน

CLA หรือ Conjugated Linoleic Acid เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้จากการรับประทานเท่านั้น แหล่งของ CLA หลักๆ คือ น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันดอกทานตะวัน การทำงานของCLA ในการควบคุมน้ำหนัก  คือ
1.ช่วยลดการสะสมไขมันส่วนเกินขึ้นมาใหม่ โดยมีกลไกลในการทำงานคือ CLA จะไปยับยั้งการทำงานของเอมไซด์ไลโปโปรตีนไลเปส (Lipo-protein lipase) ช่วยให้ร่างกายลดการสะสมของไขมันที่ชั้นใต้ผิวหนัง
2.ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่สะสมไว้ในร่างกาย โดยมีกลไกในการทำงานคือ CLA จะไปเร่งการทำงานของเอมไซด์คาร์ทีน ปาล์มิโตอิล ทรานสเฟอร์เรส (Carnitine Palmitoyl Transferase) ช่วยให้ร่างกายนำเอาไขมันที่สะสมไว้มาเผาผลาญให้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังลดการสร้างไขมันสะสมของไขมันอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีงาน วิจัยในระยะยาวว่า การให้ CLA จะสามารถลดมวลไขมัน (BFM) และช่วยในการรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่  และมีการวิจัยที่ชี้ชัดว่าการใช้ CLA มีความปลอดภัย  แม้จะรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี เต็มในผู้ที่น้ำหนักเกิน นอกจากผลในเรื่องลด BMF แล้ว CLA ยังมีรายงานวิจัยที่บอกได้ว่ายังมีคุณสมบัติในเรื่องการป้องกันมะเร็งได้อีก ด้วย ด้วยกลไกต้านมะเร็งหลายชนิด จากผลของการช่วยลดการสะสมของไขมัน ทำให้กล้ามเนื้อกระชับยิ่งขึ้น ส่งผลให้รูปร่างได้สัดส่วนดังนั้น CLA จึงเป็นอาหารสุขภาพทางเลือกหนึ่งที่ขัดเจน และมีความปลอดภัยสูงสำหรับผู้ที่น้ำหนักเกิน ซึ่งเมื่อควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายจะทำให้มีรูปร่างที่ สวยงามได้ดั่งใจ โดยที่ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร,อาหารเสริมลดน้ำหนักกิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดจากน้ำมันดอกคำฝอยตรากิฟฟารีน
กิฟฟารีน ซีแอลเอ900 : Giffarine CLA900

สนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก,ลดความอ้วนของกิฟฟารีน !! คลิก !!


Sustainhealthy

Facebook bot last visit time powered by Myip.ms

Healthyviva ©Template by Dicas Blogger.

TOPO