คอลลาเจนกับสุขภาพร่างกาย

คอลลาเจนกับสุขภาพ
คอลลาเจน(Collagen) ตามธรรมชาติในร่างกายมีสารสำคัญ 2 ชนิด คือ proteoglycan และ glycosamionglycans จัดเป็นโปรตีนเนื้อเยื่อเส้นใยชนิดหนึ่งที่มีความยืดหยุ่น เรียกว่า elastic fiber ซึ่งประกอบไปด้วย amino acid หลายชนิด ที่สำคัญ ได้แก่ glycene, prolene และhydroxyprolene ที่มีความสำคัญยิ่งต่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกายมากมาย เช่น กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก กระดูกอ่อน ข้อ เหงือก ฟัน ตา หลอดเลือด ผิวหนัง เนื้อเยื่อที่เกี่ยวกับการยึดเหนี่ยว (ligaments) เส้นผม เล็บ ตลอดจนผนังหลอดเลือด

คอลลาเจนมีอยู่หลายชนิด แต่หลักๆได้แก่
ชนิดที่ 1 พบที่ผิวหนัง ที่เจริญเต็มที่ กระดูกและเอ็น
ชนิดที่ 2พบที่กระดูกอ่อน
ชนิดที่ 3พบที่ผิวหนังของทารก หรือผิวหนังที่เริ่มมีการสร้างใหม่ เช่น ผิวหนังที่เป็นแผลและเริ่มมีการสร้างคอลลาเจนใหม่ นอกจากนี้ยังพบที่เส้นเลือดและทางเดินอาหาร
ชนิดที่ 4พบที่เยื่อหุ้มเซลล์
ชนิดที่ 5 และ 6พบได้ทั่วๆไป

นอกจากนี้ก็ยังมีคอลลาเจนอีกหลายชนิด ที่ค้นพบ ซึ่งแต่ละชนิดจะมีมากน้อยแตกต่างกันไปตามแต่ชนิดของเนื้อเยื่อและอวัยวะ

คอลลาเจนจะช่วยให้โครงสร้างของร่างกายแข็งแรง มีหน้าที่ในการป้องกันอวัยวะต่างๆในร่างกาย และเชื่อมอวัยวะต่างๆให้อยู่ด้วยกัน ทำให้มีความยืดหยุ่นดี ช่วยให้ข้อต่อต่างๆ ขยับหรือเคลื่อนไหวไปมาได้ดี โดยเฉพาะเนื้อเยื่อของกระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อส่วนต่างๆในการรับน้ำหนักและขยับไปมาในอิริยาบถต่างๆ โดยในร่างกายของคนเราพบว่ามีโปรตีนอยู่มากมาย แต่มีประมาณ 33% ของโปรตีนทั้งหมดในร่างกายจะเป็น collagen และยังเป็นองค์ประกอบถึงร้อยละ 75 ของผิวหนัง จึงเป็นตัวที่ช่วยให้ผิวหนังหรือผิวพรรณเกิดความชุ่มชื้น นุ่มนวล ดูสดใส กระชับและเต่งตึงขึ้น ซึ่งคอลลาเจนที่พบในส่วนของผิวนี้จะพบที่ชั้นหนังแท้ (dermis) ซึ่งเป็นผิวชั้นที่ 2 ที่อยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้าและเป็น collagen ชนิดที่ 1,3 และ 4 แต่ถ้าเป็นชนิดที่พบในกระดูกอ่อนตรงข้อ จะเป็น collagen ชนิดที่ 2

ระดับของ ปริมาณ collagen ในร่างกายจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น คือ เมื่ออายุย่างเข้า 30 ปี อัตราการสร้างหรือสังเคราะห์ collagen จะเริ่มลดลงปีละ 1.5% ในทุกๆปี และจะเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเมื่อระดับของ collagen ลดลง ก็จะทำให้ความยืดหยุ่นและสภาพความแข็งแรงของโครงสร้างอวัยวะต่างๆของร่าง กายลดลงด้วย ช่วงที่ collagen ในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง ร่างกายก็จะเริ่มสูญเสียความแข็งแรงของผิวหนัง กระดูก กระดูกอ่อน ตรงข้อต่อ ที่เป็นสามเหตุของปัญหาโรคข้อเสื่อมตามมา จนเกิดปัญหาปวดข้อ ข้อฝืด ข้อแข็ง ข้อผิดรูป และข้ออักเสบ เป็นต้น ในส่วนของผิวหนังก็จะเกิดริ้วรอย รอยเหี่ยวย่น และรอยตีนกาเกิดขึ้น

อาหารเสริมคอลลาเจนกิฟฟารีน,อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน
http://nippicollagen.com
เนื่องจาก คอลลาเจน เป็นส่วนประกอบของกระดูก เอ็น และเนื้อเยื่อ ที่ทำหน้าที่ยึดเหนี่ยว ส่วนต่างๆ ในร่างกาย นักวิจัยจึงเชื่อว่าการที่ร่างกายมีคอลลาเจน อย่างเพียงพอจะช่วยลดอาการของโรคข้อต่ออักเสบ รวมถึงช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคดังกล่าวได้โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในภาวะเสี่ยง เช่น นักกีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายหนักๆ เป็นต้น ทั้งนี้การรับประทานคอลลาเจนอาจเรียกได้ว่าแทบไม่ต่างกับการรับประทานอาหาร ประเภทโปรตีน แต่เนื่องจากร่างกายคนเรามีปัจจัยแตกต่างกัน เช่น เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้น้อยลง รูปแบบชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันที่ทำให้คนเรามีความเครียดสูง ต้องเผชิญกับมลพิษรอบตัว ไม่มีเวลารับประทานอาหารหรือทานก็ไม่เป็นไปตามหลักโภชนาการอาหาร ฯลฯ ทำให้ร่างกายมีคอลลาเจนไม่เพียงพอกับความต้องการ การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนเพื่อทดแทนในส่วนที่ขาดจึงได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน

อาหารเสริมคอลลาเจนกิฟฟารีน,อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน
http://draxe.com
นอกจากนั้น การรับประทานนั้นยังเป็นการนำคอลลาเจน(collagen)เข้าไปเสริมสร้างทั้งส่วนของผิวพรรณและสุขภาพทั่วร่างกาย โดยผลการวิจัยด้านโภชนาการได้ค้นพบว่า การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบของสารที่สกัดจากโปรตีนของ ปลาทะเลน้ำลึกบางประเภทที่มีโครงสร้างทางโมเลกุลคล้ายกับโครงสร้าง คอลลาเจน (collagen) ของผิวคนเรา โดยวิธีการ Enzymatic Hydrolysis เป็นประจำอย่างต่อเนื่องนั้น สามารถช่วยเสริมสร้าง คอลลาเจน (collagen) ที่สูญเสียไปตามวัยที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งช่วยปกป้องและชะลอริ้วรอยเหี่ยวย่น รอยตีนกา ความแห้งกระด้าง ช่วยให้ผิวพรรณมีความชุ่มชื้น นุ่มนวล คงความยืดหยุ่นของผิวไว้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงร่างกายในส่วนที่มีคอลลาเจนเป็นองค์ประกอบให้มีสุขภาพดีได้อีกด้วย


ซึ่งรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อนิยมใช้คอลลาเจน ที่เรียกว่าคอลลาเจนTypeI ที่สกัดจากปลาทะเล (Bio-marine Collagen) เพราะมีโครงสร้างคล้ายคลึงกับคอลลาเจนในร่างกายมนุษย์มากที่สุด นำมาตัดแต่งพันธะเคมีด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้มีโมเลกุลเล็กลงและง่ายต่อการดูดซึม เรียกว่าไฮโดรไลซ์ คอลลาเจน (Hydrolyzed Collagen) หรือคอลลาเจน ไฮโดรไลเสท (Collagen Hydrolysate) ถือเป็นทางหนึ่งที่ช่วยเสริมคอลลาเจนให้ผิวพรรณได้ง่ายขึ้น เพราะในช่วง 2-3 ชั่วโมงแรกของการหลับ ต่อมพิทูอิตารีในสมองจะหลั่งโกรว์ธ ฮอร์โมน (Growth Hormone) สู่กระแสเลือดเพื่อฟื้นฟูส่วนต่างๆ ของร่างกาย หากมีคอลลาเจนเพียงพอก็จะช่วยในการสังเคราะห์โปรตีนเพื่อซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ สึกหรอได้ดียิ่งขึ้น และยังมีผลทางอ้อมต่อการลดน้ำหนักไปพร้อมกัน กล่าวคือเมื่อร่างกายมีการสร้างกล้ามเนื้อมากขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันมากขึ้นด้วย การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่าการรับประทาน อาหารประเภทโปรตีนในปริมาณมากก่อนเข้านอน
คอลลาเจน(collagen) จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาสุขภาพและบำรุงผิวพรรณที่เสื่อมสภาพลงเนื่องจากวัยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหญิงและชายที่มีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป และควรศึกษาคำเตือนบนฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ก่อนการรับประทาน

อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน,กิฟฟารีนคอลลาเจนแมกซ์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนตรากิฟฟารีน
กิฟฟารีน คอลลาเจนแมกซ์ : Giffarine Collagen Maxx

อาหารเสริมคอลลาเจนกิฟฟารีน,อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน,กิฟฟารีนยูซีทู
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนตรากิฟฟารีน
กิฟฟารีน คอลลาเจนยูซีทู : Giffarine Collagen UCII

สนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพของกิฟฟารีน !! คลิก !!


Sustainhealthy

คอลลาเจนกับผิวพรรณ

คอลลาเจน (Collagen) เป็นโปรตีนที่พบมากที่สุดในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมด้วยโดยคิดเป็น 25% ถึง 35% ของปริมาณโปรตีนทั้งร่างกาย เป็นโปรตีนโครงสร้างหลักที่เป็นองค์ประกอบหลักของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน มีหน้าที่สำคัญในการเชื่อมและยึดจับเซลล์เนื้อเยื่อเข้าด้วยกัน เช่น เส้นเอ็น ข้อต่อ กระดูกต่างๆ รวมถึงช่วยเสริมการสร้างเนื้อเยื่อและเส้นเลือด สามารถพบได้ทั่วไปในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยปกติทั่วไปเรามักเข้าใจว่าคอลลาเจนเป็นโครงสร้างหลักของผิวหนังอยู่มาก จึงมีแรงสปริงและยืดหยุ่นดีตามไปด้วย แต่ที่จริงแล้วคอลลาเจนนั้นไม่ได้มีอยู่ที่ผิวหนังส่วนนอกเท่านั้น อวัยวะภายในร่างกาย ก็มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ส่วนใหญ่พบคอลลาเจนในรูปเส้นใยฝอยยืดใน เช่น เอ็นกล้ามเนื้อ (tendon) เอ็น (ligament) และผิวหนัง ทั้งพบในกระจกตา กระดูกอ่อน กระดูก หลอดเลือด ทางเดินอาหารและหมอนกระดูกสันหลัง  ในเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบหลักของเยื่อหุ้มใยกล้ามเนื้อ (endomysium) โดยมีคอลลาเจนเป็น 1% ถึง 2% ของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ และเป็น 6% ของน้ำหนักกล้ามเนื้อมีเอ็นที่แข็งแรงได้แก่ ผังผืด (Fascia), กระดูกอ่อน, เอ็น, เอ็นกล้ามเนื้อและกระดูก

อาหารเสริมคอลลาเจนกิฟฟารีน,อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน
www.wiley.com


คอลลาเจนกับผิวพรรณ
ผิวหนังของคนเรา ปกติแล้วแบ่งเป็น 3 ชั้น คือ
1. ชั้นหนังกำพร้า ( Epidermis )
เป็น ผิวชั้นนอกสุด ประกอบด้วยเซลผิวหนัง ( Keratinocyte ) ซึ่งเป็นเซลที่มีหน้าที่สร้างสารเคอราติน ( Keratin )  ปกคลุมผิวหน้าของผิวหนังเป็นชั้นขี้ไคล  ชั้นหนังกำพร้านี้ทำหน้าที่รักษาความชุ่มชื้นให้กับพื้นผิว ป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกาย รักษาอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่
2.  ชั้นหนังแท้ ( Dermis )
เป็นผิวชั้นใน ประกอบด้วยส่วนที่เป็นเส้นใยประสานกันไปมาคือ โปรตีนเส้นใยของคอลลาเจน ( Collagen fibers ), โปรตีนเส้นใยอีลาสติก ( Elastic fibers )  และโปรตีนเส้นใยร่างแห  ( Recticulum fibers ) นอกจากนี้ยังมีกล้ามเนื้อ เส้นเลือด เส้นประสาทต่าง ๆ ที่รับความรู้สึกอยู่ด้วย
3. ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ( Subcutis )
ทำหน้าที่รองรับผิวหนังให้คงรูปร่าง  ช่วยลดการกระทบกระแทก และเป็นแหล่งพลังงานของร่างกายยามขาดแคลนพลังงาน
อาหารเสริมคอลลาเจนกิฟฟารีน,อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน
www.margiesmassage.com

ในส่วนของผิวพรรณนั้นคอลลาเจนจะเป็นโปรตีนที่ประสานกันเป็นเส้นใยอยู่ใต้ชั้นผิวหนังแท้  มีส่วนสำคัญทำให้มีผิวพรรณมีสุขภาพดี เป็นตัวช่วยเสริมสร้างความเรียบตึงของผิวหนังทำให้ผิวแข็งแรงและเรียบ เนียน สร้างความตึงกระชับให้กับผิว โดยจะทำงานคู่กับโปรตีนที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งคือ อีลาสติน (Elastin) ซึ่งช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้กับผิวและทำให้ผิวไม่มีริ้วรอย ในขณะที่คอลลาเจนมีหน้าที่เสมือนโครงร่างผิว  อีลาสตินก็ทำหน้าที่ให้ความยืดหยุ่นแก่ผิว
คงความชุ่มชื่นให้เซลล์ผิว ยิ่งผิวสูญเสียความชุ่มชื่นมากเท่าไหร่ ริ้วรอยถาวรก็ปรากฏเร็วขึ้นเท่านั้น จึงควรชะลอวัยให้ผิวด้วยการใช้มอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไฮโดรไลซ์ คอลลาเจน โปรคอลลาเจน อิลาสติน เอเอชเอ หรือเรตินอล ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เคราติน เคราตินมีหน้าที่สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่น เมื่อสารเคราตินในชั้นผิวลดลง จึงเกิดริ้วรอย (wringkle) บนชั้นผิว, นอกจากนี้ เคราตินมีหน้าที่สร้างความยืดหยุ่นให้ผนังหลอดเลือด มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ รวมทั้งยังเป็นส่วนประกอบของเยื่อกระจกตาและเลนส์ตาด้วย
การสังเคราะห์คอลลาเจนเกิดในชั้นผิวหนังแท้(Dermis) ซึ่งมีเซลล์ชื่อไฟโบรบลาสท์(Fibroblast) กระจายอยู่ทั่วและทำหน้าที่ผลิตสารสำคัญต่อผิว 3 ชนิดคือ 1.คอลลาเจน (Collagen) ช่วยให้ผิวตึงกระชับ 2.อิลาสติน (Elastin) ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น และ 3.กรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic Acid) ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น เอิบอิ่ม โดยรวมแล้วในชั้นผิวหนังแท้จะมีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบมากที่สุดถึง 75%

สารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและสุขภาพผิวที่ดี
การรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม นอกจากทานอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว ควรเน้นผักและผลไม้ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง วิตามินซี วิตามินอี และเบต้าแคโรทีน เพราะมีคุณสมบัติปกป้องและเพิ่มความแข็งแรงให้กับคอลลาเจนและอิลาสตินได้ดี

-วิตามินซี
• วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ( Antioxidant )  มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ในการเปลี่ยน กรดอะมิโน ( Amino Acid ) ชื่อ Proline เป็น Hydroxy Proline และ Lysine เป็น Hydroxylysine โดยทั้ง Hydroxyproline และ Hydroxylysine มีความสำคัญในการสร้างคอลลาเจน
• เป็นตัวสำคัญในกระบวนการสร้างคอลลาเจนจากกรดอะมิโนให้กับผิว
• การขาดวิตามินซีอาจส่งผล ทำให้ยับยั้งการสังเคราะห์คอลลาเจน

-ไลโคปีน(Lycopene)
• เป็นสารแคโรทีนอยด์สีแดง พบได้ในมะเขือเทศและผลไม้ที่มีสีแดง  ไลโคปีน เป็นสารแคโรทีนอยด์ที่พบว่ามีปริมาณมากที่สุดในร่างกายมนุษย์  โดยมักพบอยู่ในผนังเซล์และมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ สูงกว่าสารแคโรทีนอยด์อื่น ๆ   ไลโคปีน ช่วยลดความผิดปกติและความเสื่อมของเซลล์อันเนื่องมาจากการทำลายของอนุมูล อิสระจึงสามารถป้องเซลล์ในอวัยะต่าง ๆ ที่มีสารไลโคปีนอยู่
• สามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ด้วยกลไกการยับยั้งอนุมูลอิสระที่จะไปทำลาย LDL Cholesterol เพราะการที่ LDL Cholesterol ถูก Oxidized ด้วยอนุมูลอิสระ จะทำให้ดึงเม็ดเลือดขาวมาทำลายผนังหลอดเลือดทำให้เกิดการอักเสบและผนังหลอด เลือดหนาตัวขึ้นกลายเป็น Plaque หรือตะกอน เกาะที่ผนังหลอดเลือด ส่งผลทำให้หลอดเลือดแข็ง ไม่ยืดหยุ่นและตีบ มีงานวิจัยที่ชัดเจน ในญี่ปุ่น พบว่า ผู้ที่มีระดับ ไลโคปีนในเลือดสูงจะลดอัตราตายจากโรคหัวใจอย่างมีนัยสำคัญ
• ยับยั้ง เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากของมนุษย์
• อาจมีบทบาทในการช่วยป้องกันโรคมะเร็งต่างๆ  โดย เริ่มมีงานวิจัยในเรื่องนี้ บ้างแล้ว แต่ยังมีข้อมูลจำกัดอยู่ คือยังมีไม่มากได้แก่ มะเร็งต่อมลูกหมาก ( prostate cancer)   มะเร็งรังไข่ ( ovarian cancer ), มะเร็งกระเพาะอาหาร ( gastric cancer ) และมะเร็งตับอ่อน ( pancreatic cancers)

-ไลซีน(L-Lysine)
• เป็นกรดอะมิโนจำเป็น ( Essential amino acid ) หมายความว่าร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องรับประทานเข้าไปจากอาหารเท่านั้น มีความจำเป็นและเป็นส่วนสำคัญในการสร้างโปรตีนทุกชนิดในร่างกาย
• ไลซีน (L-Lysine) เป็นสารตั้งต้นในการสร้าง Hydroxylysine ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจน ดังนั้นจึงเป็นเหตุเป็นผลกันว่าการรับประทานไลซีนจะช่วยเสริมสร้าง Collagen โดยไลซีนจะถูกเปลี่ยนเป็น Hydroxylysine ได้นั้น จำเป็นต้องมีวิตามินซีอยู่ด้วย
• ไลซีน นิยมทำเป็นอาหารสุขภาพ ทั้งแยกเดี่ยวต่างหาก และใส่ร่วมในอาหารสุขภาพชนิดอื่น ๆ

-ทองแดง(Copper)
• มีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลาเจน และยังทำงานร่วมกับวิตามินซีในการสร้าง อีลาสติน ซึ่งจะทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น นุ่มนวลและแข็งแรง

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ดีเพียงไร การใช้ชีวิตอย่างพอดี การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารครบ5หมู่ และทำจิตใจให้แจ่มใส ก็ยังเป็นวิธียืดอายุคอลลาเจนที่สำคัญที่สุด หากรักษาสมดุลการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสมแล้ว สุขภาพดีและผิวพรรณอ่อนเยาว์ก็จะอยู่กับเราไปอีกนานแน่นอน

อาหารเสริมคอลลาเจนกิฟฟารีน,อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน,กิฟฟารีนคอลลาเจนแมกซ์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนตรากิฟฟารีน
กิฟฟารีน คอลลาเจนแมกซ์ : Giffarine Collagen Maxx


อาหารเสริมคอลลาเจนกิฟฟารีน,อาหารเสริมสุขภาพกิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน,กิฟฟารีนเปปไทด์sop100
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนเปปไทด์ตรากิฟฟารีน
กิฟฟารีน คอลลาเจนเปปไทด์SOP100 : Giffarine Collagen SOP100+

สนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพของกิฟฟารีน !! คลิก !!


Sustainhealthy

น้ำมันปลา

น้ำมันปลา (fish oil) กับน้ำมันตับปลา (Cod Liver Oil) ทั้งสองตัวมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัว ชนิด omega-3 ซึ่งร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถสร้างเองได้ แต่สิ่งที่ต่างกัน คือ น้ำมันตับปลา (cod liver oil) มี วิตามิน A และ D เป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย โดยสกัดจากตับของปลาทะเล เช่นปลาคอด หรือปลาเฮอร์ริ่ง ส่วนใหญ่รับประทานเพื่อเสริมวิตามินเอซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเยื่อบุผิวให้เป็นปกติ และวิตามินดีที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมรวมทั้ง ฟอสฟอรัสบริเวณลำไส้เข้าสู่ร่างกาย ทำให้การสร้างกระดูกเป็นไปอย่างปกติ การบริโภคน้ำมันตับปลานั้นจะได้ในส่วนของน้ำมันปลา รวมถึงวิตามิน เอ และดี ในปริมาณที่สูง ดังนั้นผู้ที่รับประทานน้ำมันตับปลาปริมาณมากๆ อาจเสี่ยงต่อการได้รับพิษจากวิตามิน A และ D ได้ โดยอาจมีอาการความดันในสมองสูง ปวดศีรษะ หิวน้ำ และปัสสาวะบ่อย ฯลฯ ซึ่งเป็นผลข้างเคียง ที่เกิดจากการรับประทานมากเกินไป

น้ำมันปลา,อาหารเสริมกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน

ส่วนน้ำมันปลา (Fish Oil) จะสกัดมาจากส่วนหัว เนื้อ หนัง และหางของปลาทะเลน้ำลึก อาทิ ปลาเฮอร์ริ่ง ปลาแซลมอน ปลาทูน่า น้ำมันปลามีกรดไขมันที่ร่างกายคนเราไม่สามารถสร้างเองได้ แต่ที่มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายคือ

1.) กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 (Omega-3) เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว (Polyunsaturated Fatty Acid) หรือ PUFA มี 2 ชนิด คือ
- Eicosapentaenoic acid (EPA) เป็นองค์ประกอบสำคัญเกี่ยวกับการรักษาสมดุลระดับฮอร์โมนในร่างกาย  EPA ช่วยลดระดับไขมันโคเลสเตอรอลชนิดร้าย(LDL) ลดไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์   ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด  ลดความหนืดของเลือดทำให้ความดันโลหิตลดลง ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น จึงช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด  นอกจากนี้ EPA ยังมีผลทำให้การรวมกลุ่มของเกร็ดเลือดลดลงในระยะที่มีการบีบตัวของหลอดเลือดในสมองจึงช่วยลดอาการปวดไมเกรนลงได้ EPA ยังช่วยลดอาการปวดอักเสบจากข้อเสื่อม และข้ออักเสบรูมาตอยด์อีกด้วย
- Docosahexaenoic acid (DHA) DHA เป็นองค์ประกอบหลักของเซลล์สมองโดยพบสูงถึง 40% ของกรดไขมันในสมองทั้งหมด และพบในเนื้อเยื่อชั้นในสุดของดวงตา(เรตินา)  DHA ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์สมองและเส้นใยประสาทของเชลล์สมองที่เรียกว่า “เดนไดรท์”  DHAเป็นสารอาหารจำเป็นต่อการพัฒนาและการทำงานของสมองและระบบปราสาทส่วนกลางและสายตา ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการในการเรียนรู้  เสริมสร้างความจำ รวมถึงระบบสายตาให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็น  สิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กวัยเรียนและคนวัยทำงาน  DHA ยังช่วยป้องกันความเสื่อมของสมองและโรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ

2.) กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 6 (Omega-6) เป็นอีกหนึ่งกรดไขมันที่ร่างกายจำเป็นต้องรับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น กรดไขมันชนิดนี้เป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์ มีหน้าที่ส่งผ่านคำสั่งทางเคมีจากสมองสู่ร่างกาย มีผลในแง่บวกต่อในการลดไขมันในเลือด แต่ตัวนี้ก็พบมากในน้ำมันพืชหลายชนิด เช่น น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น
น้ำมันปลา,อาหารเสริมกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน
ประโยชน์ของน้ำมันปลาต่อสุขภาพ

1. ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์(triglyceride)  ลดระดับความดันโลหิต    ช่วยระบบการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น
2. มี DHA เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมอง ทำหน้าที่เกี่ยวกับกระบวนการทำงานของระบบความจำ ป้องกันสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ ป้องกันโรคซึมเศร้า ลดความเครียด เพิ่มวุฒิภาวะทางอารมณ์
3. ช่วยเพิ่มระดับ HDL (ไขมันชนิดดี) ที่จะช่วยลดระดับ LDL (ไขมันชนิดร้าย) ลดไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพหลอดเลือดและสุขภาพหัวใจ
4. มีส่วนช่วยในการป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรค เช่นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคความจำเสื่อม
5. มีส่วนช่วยในการป้องกันข้ออักเสบ ปวดศีรษะ ไมเกรน และเบาหวาน
6. มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคมะเร็งโรค ภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคไต และโรคอื่น ๆ ได้อีกด้วย
7. ลดอาการปวดอักเสบของโรคข้อเสื่อม  และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
8. ลดอาการของโรคผิวหนังบางชนิด เช่น สะเก็ดเงิน โรคเรื้อนกวาง
9. ลดอาการหอบหืด ภูมิแพ้
10.บำรุงสมอง บำรุงสายตา  เสริมสร้างพัฒนาการการเรียนรู้  เสริมความจำ
น้ำมันปลา,อาหารเสริมกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน
ถึงแม้น้ำมันปลาจะมีประโยชน์แต่ก็มีผลข้างเคียงของการบริโภคน้ำมันปลามากเกินไป คือ
- ในน้ำมันปลามีคุณสมบัติในการต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดและทำให้เลือดหยุดไหลช้าลงได้ ดังนั้นอาจต้องระมัดระวังการรับประทานน้ำมันปลาหรือน้ำมันตับปลาในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออก เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่ดื่มสุรามากๆ ผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร หรือผู้ที่รับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน หรือ วอร์ฟาริน (warfarin) เป็นต้น เพราะจะยิ่งทำให้ความเสี่ยงในการเกิดเลือดออกเพิ่มขึ้นอีก รวมถึงผู้ที่มีโปรแกรมต้องเข้ารับการผ่าตัด ควรหยุดรับประทานน้ำมันปลาก่อนถึงวันผ่าตัดอย่างน้อย 14 วัน และควรแจ้งแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดให้ทราบว่าตนเองรับประทานน้ำมันปลา หรือน้ำมันตับปลาอยู่ด้วย **ควรปรึกษาแพทย์ก่อน**

- น้ำมันปลากับแม่และ เด็กทารก ในการสร้างเซลสมอง ร่างกายจำเป็นที่จะต้องใช้ไขมัน 2 ชนิดคือ Omega-3 และ DHA ซึ่งพบมากในน้ำมันปลา (และในอาหารอื่นๆอีกหลายชนิด) แล้วเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของ DHA เพื่อสร้างเซลสมองต่อไป ซึ่งกระบวนการสร้างเซลสมองนี้ เกิดขึ้นในช่วงเด็กทารกจนถึงอายุประมาณ 5 ขวบ ดังนั้นจึงใช้น้ำมันปลาในการบำรุงเด็กเล็กๆ หรือตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โดยในอาหารเด็กหลายยี่ห้อ จะมีการผสมน้ำมันปลาลงไปด้วย แต่จากการศึกษาพบว่า น้ำมันปลามีส่วนช่วยเรื่องความจำได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้เด็กฉลาดกว่าปกติแต่อย่างใด และในเด็กเล็กๆ บางคนที่ไม่แข็งแรงก็อาจแพ้สารพิษจากน้ำมันปลาได้ แต่คุณแม่ตั้งครรภ์ก็ไม่ควรกินน้ำมันปลาชนิดเม็ดหรือแคปซูลมากเกินไป ควรกินน้ำมันปลาธรรมชาติที่มีอยู่ในปลาชนิดต่างๆ เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลากะพงแดง ฯลฯ รวมถึงธัญพืชต่างๆ อย่าง ถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต ถั่วอัลมอลต์ เมล็ดฟักทอง เป็นต้น เพราะในอาหารจะมีความสมดุลของกรดไขมันต่างๆ ที่เหมาะสม


น้ำมันปลา,อาหารเสริมกิฟฟารีน,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกิฟฟารีน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลาตรากิฟฟารีน
น้ำมันปลากิฟฟารีน : Giffarine Fish Oil

สนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพของกิฟฟารีน !! คลิก !!

ผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน,อาหารเสริมกิฟฟารีน,สมัครสมาชิกกิฟฟารีน

Sustainhealthy

Facebook bot last visit time powered by Myip.ms

Healthyviva ©Template by Dicas Blogger.

TOPO